Browsing by Subject "การตลาด"
Now showing 1 - 20 of 54
Results Per Page
Sort Options
- Publicationกลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมธุรกิจตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง : กรณีศึกษา บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเรื่อง กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมธุรกิจตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง :กรณีศึกษา บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาคือ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งศึกษายืนยันปัญหาที่เกี่ยวข้องในระดับองค์กรระดับหน่วยธุรกิจและระดับหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนประกอบ ของบริษัทที่เกี่ยวกับกลุ่มร้านค้าปลีกเพื่อลูกค้ารายย่อย 2) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการแก้ปัญหา ทั้งในระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับหน้าที่ โดยมีระเบีบลวิธีการศึกษาวิจัย คือ ทำการแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือ การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไอที จากเอกสารตำราต่างๆ หนังสือพิมพ์ บทความ เว็บไซด์ รวมถึงงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง และการศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ (Primary study) โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารด้านการตลาด ของบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 1 ท่าน รวมทั้งการวิจัยเชิงสารวจกับกลุ่มลูกค้าร้านค้าปลีกเพื่อลูกค้ารายย่อย จำนวน 6 ท่าน ที่มียอดการซื้อสินค้าต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ปี และใช้บริการของคู่แข่งขันเช่นเดียวกัน ผลการศึกษาด้านการตลาดพบว่า กลยุทธ์ระดับองค์กร คือ การเติบโตโดยใช้พันธมิตรทางการค้า กลยุทธ์ระดับธุรกิจ คือ การมุ่งเน้นและสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์กลุ่มประเภทชุดคอมพิวเตอร์ประกอบเสร็จและกึ่งเสร็จ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ คือ การจัดการส่วนผสมทางการตลาด 7 P’s โดยมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมการตลาด107 1138 - Publicationกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้วิถีชีวิตการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-xการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 2) ศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x และ 3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นประชากรไทยที่อยู่ในช่วงวัยเจนเนอเรชั่น X มีอายุระหว่าง 42-57 ปี จ านวน 1,145 คน ประมวลข้อมูลโดยการวิเคราะห์ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการศึกษา มีดังนี้ 1. วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x 1.1 กลุ่มตัวอย่างมีวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามในระดับมากทุกองค์ประกอบ โดยมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ด้านความสนใจที่จะปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 75(SD=0.531) รองลงมาคือ การปฏิบัติตนเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.) 50SD=0.412) และความคิดเห็นต่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3. 50(SD=0.501) 1.2 องค์ประกอบวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x พบว่ามี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) Happy Planner 2) Happy Safety 3) Happy Thinking 4) Happy Social Information 5) Happy Community 6) Health conscious และ 7 Happy Life 1.3 การจัดกลุ่มวิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ได้ 3กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 Easygoing กลุ่มเน้นความสบาย ๆ ไม่จริงจัง เน้นการแสดงความคิดเห็นเป็นหลัก กลุ่มที่ 2 Protection กลุ่มปลอดภัยไม่เสี่ยง การดำเนินชีวิตเน้นความสนใจ เป็นหลัก มีพฤติกรรมสนใจการเข้าร่วมสังคม พบปะเพื่อนฝูง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหาความรู้เรื่องส่งเสริมคุณภาพชีวิตเพื่อการสูงวัยในอนาคต และ กลุ่มที่ 3 accept Change กลุ่มยอมรับการเปลี่ยนแปลง ให้ความสนใจในเรื่องการปฏิบัติตนมากที่สุด ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายตามกฎของธรรมชาติว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนกลุ่มนี้จึงพร้อมเตรียมตัว เพื่อยอมรับ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุขเน้นความสำเร็จเป็นที่ตั้ง 1. พฤติกรรมการเปิดรับสื่อของบุคคลในวัย Gen-x พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.3 มีการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์มานานมากกว่า 4 ปีสื่อที่เปิดรับคือ ส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊กทุกวัน และส่วนใหญ่ใช้ไลน์อินสตราแกรม ยูทูป สัปดาห์ละ 5-6 วัน อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์และฟังวิทยุสัปดาห์ละ 3-4 วัน ส่วนโหญ่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน วัตถุประสงค์เพื่อติดต่อกับคนรู้จัก อัพเดตสถานะ/ข้อมูลส่วนบุคคลผลงาน/รูปภาพ/ ค้นหาข้อมูลแลกเปลี่ยนข้อมูลและเพื่อความบันเทิง/ มีวัตถุประสงค์ในการสืบค้นข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกับผู้อื่นที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด รองลงมาคือ คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลจากผู้อื่น และ น้อยที่สุดคือต้องการให้คนในสื่อสังคมออนไลน์ตระหนักว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องส าคัญ เปิดรับข่าวสารสุขภาพที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจากเฟซบุ๊ก มากที่สุด รองลงมาคือจากทางไลน์ 2. กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้วิถีชีวิตเพื่อการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างามของบุคคลในช่วงวัย Gen-x ที่นำเสนอคือ การพัฒนาสารโดยใช้กลยุทธ์ SED คือ การสื่อสารต้องเน้นเนื้อหา 1) สร้างความมั่นใจ) Self-Confidence) ในการดำเนินชีวิตให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม 2) เพิ่มพูน (Enhance) เพื่อเพิ่มข้อมูลตามความสนใจและความรู้ในการเพิ่มศักยภาพให้เป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม และ 3) พัฒนา (Develop) ความสนใจในการแสวงหาและเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้นในการเป็นผู้สูงวัยอย่างสง่างาม ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้สอดคล้องกับกลุ่มวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์
145 1183 - Publicationกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเพื่อส่งเสริมธุรกิจบริการผู้สูงอายุ(University of the Thai Chamber of Commerce, 2022)
;ยศนันทน์ แก้วโกมลมาลย์; ; ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด.140 4738 - Publicationกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้(University of the Thai Chamber of Commerce, 2022)
;รณภพ นพสุวรรณ; ; ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด.การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการสื่อสารการส่งเสริมการท่องเที่ยวสามจังหวัดชายแดนใต้(2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อการสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ (3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังการสุกะ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การสังเคราะห์เนื้อหาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทางการสร้างแนวคำถามเพื่อการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 23 คน นำผลการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่า อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะ เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมจากชนชาติต่าง ๆ ที่เดินทางมาติดต่อค้าขายหรือโยกย้ายมาในดินแดนลังกาสุกะ และสืบทอดวัฒนธรรมอาหาร เกิดการปรับตัวนำเครื่องเทศ มะพร้าว กะทิ และกรรมวิธีการปรุงใช้กับอาหารและกระบวนการเดิมของผู้คนในท้องถิ่น เกิดเป็นอัตลักษณ์อาหารที่มีกลิ่นเครื่องเทศเฉพาะตัว มีสีเข้ม มีรสหวานจากการใช้น้ำตาลมะพร้าว และความเข้มข้นจากกะทิ ผสมผสานตามหลักศาสนา วิถีชีวิต การประกอบอาชีพ เกิดเป็นอาหารในพิธีกรรมตามศาสนาที่ให้ความเคารพนับถือ นอกจากนี้ยังสามารถรวบรวมเมนูอาหารจากการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา จำนวน 34 เมนู ทำให้สามารถแยกที่มาของอาหาร ชื่ออาหาร ส่วนผสม กรรมวิธีการปรุง และชนชาติที่มีอิทธิพลต่อเมนูเหล่านี้ และการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เก็บบันทึกเนื้อหาและช่องทางการสื่อสารออนไลน์และสื่อดั้งเดิมที่ปรากฏระหว่างปี 2560-2564 ด้านระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณเป็นการเก็บข้อมูลจากสำรวจความคิดเห็นออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจากทั่วประเทศ จำนวน 1,348 คน จากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางสถิติ ทำให้เห็นลักษณะทางประชากรส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ระหว่าง 22-36 ปี มากที่สุด จำนวน 817 คิดเป็น ร้อยละ 60.60 เป็นเพศชาย จำนวน 672 คน คิดเป็นร้อยละ 49.90 มากกว่าเพศหญิง และ LGBTQ+ มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีมากที่สุด จำนวน 983 คน คิดเป็นร้อยละ72.92 มีรายได้ของอยู่ระหว่าง 10,001 – 30,000 บาท มากที่สุด มีจำนวน 976 คนคิดเป็นร้อยละ 72.40 เป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด จำนวน 869 คน คิดเป็นร้อยละ 64.47 รองลงมา เป็นผู้ที่อาศัยในภาคใต้มากที่สุด จำนวน 675 คน คิดเป็นร้อยละ 50.10 โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่นิยมใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์เป็นช่องทางการสืบค้นเนื้อหาและเปิดรับข่าวสารการท่องเที่ยว จำนวน 805 คน คิดเป็นร้อยละ 66.9 เคยได้ยิน คำว่า ลังกาสุกะ จำนวน 942 คน คิดเป็นร้อยละ 69.90 จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่เคยไปมากที่สุด จำนวน 567 คน คิดเป็นร้อยละ 42.10 ผลการวิจัยการสื่อสารอัตลักษณ์ด้วยการจัดองค์ประกอบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” ประกอบด้วย S: Southernmost Heritage หมายถึง มรดกภูมิปัญญาอาหารลังกาสุกะแห่งปลายด้ามขวานของไทย P: Process of Cooking หมายถึง กระบวนการขั้นตอนการปรุงอาหารลังกาสุกะ I: Ingredients หมายถึง ส่วนผสม เครื่องปรุงอาหารรสของอาหารลังกาสุกะเกิดจากการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น C: Culture of food หมายถึง อัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะจากผู้คนในวัฒนธรรมเกิดการแลกเปลี่ยนและนำความรู้มาเป็นอาหารอัตลักษณ์ของตนเอง E: Experiences หมายถึง ประสบการณ์จากการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม นำมาสร้างมูลค่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสู่นักท่องเที่ยว และ S: Sense หมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การเห็นมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การรับรู้รส การได้กลิ่น และความรู้สึกอิ่มเอมใจที่รับรู้ถึงประสบการณ์อาหารลังกาสุกะ ข้อเสนอแนะกลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะในงานวิจัยนี้ เกิดจากองค์ประกอบที่ถูกค้นพบผ่านแบบจำลอง “SPICES Model: Food Identity Communication” นำมาสู่แบบจำลอง “SPICE model: Communications Strategies” กลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์อาหารลังกาสุกะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารสามจังหวัดชายแดนใต้ สะท้อนแนวทางเพื่อนำเสนอกลยุทธ์การสื่อสารจากความโดดเด่นด้านต่าง ๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย กลยุทธ์ที่ 1) “ความภาคภูมิใจ” เกิดจาก Strengthen (S) กลยุทธ์ที่ 2) “อาหารสร้างแรงบันดาลใจ” เกิดจาก Persuasion (P)กลยุทธ์ที่ 3)“เพิ่มขีดความสามรถการแข่งขัน” เกิดจาก Increase Market (I) กลยุทธ์ที่ 4) “ฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะเตรียมพร้อมการแข่งขัน” เกิดจาก Competition (C) กลยุทธ์ที่ 5) “อาหารสร้างประสบการณ์” เกิดจาก Experiences (E) และ กลยุทธ์ที่ 6) “ร่วมแรงร่วมใจ” เกิดจาก Social Integration (S)305 1710 - Publicationกลยุทธ์ทางการตลาดของหนังสือพิมพ์บันเทิงราย 3 วัน [ซีดี-รอม] : หนังสือพิมพ์มายาแชนแนล และหนังสือพิมพ์สยามบันเทิง / ธฤตสร พูนลาภเพิ่มพูน(University of the Thai Chamber of Commerce, 2007)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics21 251 - Publicationกลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจผลิตจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา – กรณีศึกษา บริษัท AAA จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง กลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจผลิตจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา – กรณีศึกษา บริษัท AAA จำกัด นี้วัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมยาในด้านสภาพเศรษฐกิจ และสภาพการแข่งขัน (2) เพื่อศึกษากลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัท AAA ให้ทราบจุดแข็ง จุดอ่อน และพัฒนากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน (3) เพื่อหาแนวทางกลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อดำรงความเข้มแข็งของตราสินค้าให้ยั่งยืนต่อไปการศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ตามกรอบของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์การศึกษาแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ศึกษาข้อมูลสภาวะเศรษฐกิจ สภาพโครงสร้างอุตสาหกรรมของธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม และพฤติกรรมของผู้บริโภค จากบทความและสิ่งตีพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth Interview) ผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) การศึกษาทั้งสองส่วนได้วิเคราะห์และประมวลเข้าด้วยกัน74 1756 - Publicationการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด เพื่อการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ กรณีศึกษา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ กรุงเทพฯ(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่เหมาะสมของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ เป็นการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามกรอบแนวคิดของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาในการรักษาฐานลูกค้าเก่าและสร้างฐานลูกค้าใหม่ของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ เพื่อพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดเพื่อการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ และเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของโรงพยาบาลไทยนครินทร์19 748 - Publicationการกําหนดกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการแข่งขัน กรณีศึกษา ธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) [ซีดี-รอม] / ศรัณยา พาสินเพิ่ม(University of the Thai Chamber of Commerce, 2007)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics10 416 - Publicationการกําหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มจํานวนลูกค้าและรายได้ให้กับบริษัทแอดวานซ์ คลินิก จํากัด สาขาสีลม [ซีดี-รอม] / สาวิตรี เนตรทิพย์(University of the Thai Chamber of Commerce, 2007)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics44 299 - Publicationการกําหนดกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย กรณีศึกษา บริษัท บีอะไหล่ยนต์ จํากัด [ซีดี-รอม] / ณัฐณิชา ชินสุวรรณพานิช(University of the Thai Chamber of Commerce, 2008)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics41 284 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ กลยุทธ์การตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านเครื่องจักรกลการเกษตร กรณีศึกษา บริษัทยันม่าร์เอส.พี.จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเองเรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์ กลยุทธ์การตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านเครื่องจักรกลการเกษตร กรณีศึกษาบริษัท ยันม่าร์.เอส.พี.จำกัด นี้ โดยได้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและสาเหตุปัจจัยสภาพแวดล้อมของธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร 2) เพื่อศึกษาการบริหารเชิงกลยุทธ์ รวมทั้งการกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กร กลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ กลยุทธ์ระดับหน้าที่หรือกลยุทธ์ระดับปฎิบัติการของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร โดยได้มีระเบียบวิธีการศึกษา วิจัยค้นคว้าคือ ผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก 2 แหล่ง คือ 1) การศึกษาข้อมูลแบบทุติยภูมิ(Secondary Study) โดยได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ) การศึกษาแบบปฐมภูมิ (PrimaryStudy) โดยทำการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซึ่งได้นำเอาทฤษฎีการจัดการเชิงกลยุทธ์ ทฤษฎีการจัดการการตลาด มาทำการวิเคราะห์ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับหน้าที่จากผลของการศึกษาพบว่ากลยุทธ์ที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดขององค์กรคือกลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy) และในกลยุทธ์ธุรกิจในระดับ Business Strategy คือ Product Differentiation เพื่อสร้างความแตกต่างของสินค้าโดยพยายามพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการพัฒนาสินค้าในส่วนกลยุทธ์ระดับหน้าที่ บริษัทควรมุ่งเน้นในด้านการตลาดและการผลิต139 1874 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และรักษาความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจค้าปลีกเครื่องมือเครื่องใช้ประจำบ้าน กรณีศึกษา บริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และการกำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และรักษาความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจค้าปลีกเครื่องมือเครื่องใช้ประจำบ้าน : กรณีศึกษาบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) นี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมของธุรกิจ และลักษณะของปัญหาที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของบริษัทฯ 3) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กร กลยุทธ์ระดับธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และรักษาความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจค้าปลีก โดยทำการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ จากการสัมภาษณ์ผู้จัดการฝ่ายบริหารฝ่าย Customer services เพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไปของบริษัท และสถานการณ์การแข่งขันในตลาด ตลอดจนสัมภาษณ์ตัวแทนลูกค้ากลุ่มต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็น และความต้องการของลูกค้า เป็นต้น และข้อมูลทุติยภูมิ จากรายงานประจำปีของบริษัท แบบแสดงข้อมูล 56-1 บทความ และบทวิเคราะห์จากข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการศึกษาจากผลการศึกษา สรุปได้ว่า กลยุทธ์ที่เหมาะสมระดับองค์กร (Corporate Strategies) คือกลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy) ด้วยการพัฒนาตลาด (Market Development) ซึ่งเป็นการขยายตลาดใหม่และกลุ่มลูกค้าใหม่ ทำให้บริษัทมีช่องทำงานในการจัดจำหนำยสินค้ำเพิ่มมากขึ้น และใช้กลยุทธ์ระดับธุรกิจเป็นกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) ในส่วนของสินค้าและบริการที่มีความหลากหลาย ครบถ้วน และเน้นสร้างความแตกต่างในรูปแบบสาขา โดยมีการพัฒนาให้แตกต่างจากคู่แข่ง นอกจากนี้ยังเน้นในส่วนของบริการ มีการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย ด้วยบริการที่ให้ความใส่ใจ และคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก จากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และแนะนำวิธีการใช้งาน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในส่วนกลยุทธ์การตลาดนั้น เน้นการกำหนดตลาดเป้าหมาย และกำหนดกลยุทธ์การตลาดในทุกรูปแบบท ตั้งแต่กลยุทธ์ Segmentation, Targeting, Positioning (STP) ใช้ส่วนผสมการตลาดบริการ (Service Marketing Mix) หรือ7P’s การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร (IMC) และการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ Customer Relationship Management (CRM) มาใช้ร่วมกัน โดยการผสมผสานสินค้าที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันไป การใช้การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรมาร่วมในการนำเสนอกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ และการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อย และลูกค้าโครงการ ผู้รับเหมา เป็นต้น36 6810 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อเสริมความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อเสริมความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)นี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1)เพื่อศึกษาความสามารถในการแข่งขันของโรงพยาบาลวิภาวดีกับคู่แข่งขันหลัก 2)เพือศึกษาปัญหาและอุปสรรคในระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับหน่วยธุรกิจ 3)เพื่อกำหนดกลยุทธ์ของธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดของโรงพยาบาลวิภาวดี38 2085 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์ส่วนผสมทางการตลาด เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันผ่านช่องทาง Modern Trade ของธุรกิจน้ำดื่ม กรณีศึกษา น้ำดื่มตราสิงห์ ของบจ. บุญรอดเทรดดิ้ง(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์ส่วนผสมทางการตลาด เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันผ่านช่องทาง Modern Trade ของธุรกิจน้ำดื่ม: กรณีศึกษา น้ำดื่มตราสิงห์ เป็นการศึกษาเพื่อหาถึงสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของน้ำดื่มสิงห์ในช่องทางร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) เพื่อกำหนดส่วนผสมทางการตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ลักษณะของการศึกษาเป็นในรูปแบบของการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยข้อมูลปฐมภูมิเป็นข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้บริหารบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และการสัมภาษณ์ลูกค้าของบริษัทฯ คือผู้บริหารของ บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ส่วนข้อมูลทุติยภูมิ ได้จากการค้นคว้าเอกสารภายใน ข้อมูลวิจัย ข้อมูล จาก Web site และแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาทำการศึกษาตามแนวทางการจัดการเชิงกลยุทธ์ปัจจุบันน้ำดื่มสิงห์เป็นผู้นำทางด้านส่วนแบ่งทางการตลาด ในอุตสาหกรรมน้ำดื่มและมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของตลาด แต่จากการแข่งขันที่มีความรุนแรงทั้งจากคู่แข่งขันทางตรงและทางอ้อมส่งผลให้ปัจจุบันน้ำดื่มสิงห์มีอัตราการเติบโตน้อยกว่าผู้ท้าชิง ถ้าสถานะการณ์เป็นไปในลักษณะนี้ต่อไป อาจส่งผลให้น้ำสิงห์สูญเสียความเป็นผู้นำทางด้านส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะเวลาอันใกล้ จากการศึกษาทำให้ค้นพบสาเหตุของการเติบโตของน้ำดื่มสิงห์ที่มีน้อยกว่า644 12119 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และการจัดการห่วงโซ่คุณค่า เพื่อพัฒนาตลาด และผลประกอบการในธุรกิจผลิตจำหน่ายฟองเต้าหู้ของ บริษัท โง้วเจงง้วน จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolบริษัท โง้วเจงง้วน จำกัด อยู่ในผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองคนที่ดูแลใส่ใจสุขภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ไว้สำหรับบริโภคช่วงเทศกาลต่างๆ หรือบริโภคแต่ในกลุ่มคนที่ทางเจหรือมังสวิรัติเท่านั้น ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคอาหารเจหรือมังสวิรัตินั้น ยังถือเป็นกลุ่มเล็กๆ เมื่อเทียบกับผู้บริโภคอาหารทั่วไป จึงเป็นสาเหตุทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้เติบโตอย่างไม่ต่อเนื่อง เกิดมีช่วงยอดขายสูงและยอดขายต่ำ แตกต่างกันมากและยอดขายผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้มีแนวโน้มลดต่ำลงอีกด้วย ดังนั้นการศึกษาเพื่อการกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพื่อพัฒนาตลาด และผลประกอบการในธุรกิจผลิตจำหน่ายฟองเต้าหู้ของบริษัท โง้วเจงง้วน จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ดังนี้1. เพื่อศึกษาปัจจัยภายใน และภายนอกของบริษัทที่มีผลกระทบต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้2. เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมผลิตจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้3. เพื่อศึกษาหาแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ฟองเต้าหู้4. เพื่อศึกษาหาแนวทางสร้างกลยุทธ์เพิ่มยอดขายให้ได้ตลอดทั้งปี5. เพื่อศึกษาหาแนวทางสร้างการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น72 849 - Publicationการจัดการเนื้อหาและการสื่อสารการตลาดผ่าน Facebook Live ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย(University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)สุณิสา สังข์วงค์การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดการเนื้อหา Facebook Live ของสถานีโทรทัศน์ ระบบดิจิทัลในประเทศไทย 2) ศึกษาการสื่อสารการตลาดผ่าน Facebook Live ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย 3) ศึกษาการสร้าง Engagement ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ (1) แบบบันทึก ข้อมูล (Coding Form) การจัดการเนื้อหาและการสื่อสารการตลาดผ่าน Facebook Live ของสถานี โทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย จำนวน 24 สถานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2561 (2) แนวคำถามสัมภาษณ์ผู้บริหารหรือผู้อำนวยการ จำนวน 12 คน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านโซเชียลมีเดีย จำนวน 6 คน และผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกร จำนวน 8 คน รวมทั้งสิ้น 26 คน จาก 11 สถานี โทรทัศน์ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) แล้วนำมาประมวลผลข้อมูลที่ได้จากแบบบันทึกข้อมูลในการวิเคราะห์ Facebook Live ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทยและบทสัมภาษณ์เชิงลึกมาประมวลรวมกันและวิเคราะห์เนื้อหาตามเค้าโครงการนำเสนอ โดยใช้สถิติ เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) แจกแจงความถี่ (Frequency) และร้อยละ (Percentage) แล้วนำเสนอเป็นความเรียงประกอบตาราง ซึ่งผลการวิจัยพบว่า 1. การจัดการเนื้อหา Facebook Live ของสถานี โทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ นโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรและนโยบายที่กำหนดขึ้นโดยส่วนงานที่รับผิดชอบด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสถานีโทรทัศน์ที่มีสัดส่วนการนำเสนอรายการผ่าน Facebook Live ต่อวัน มากที่สุด ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง TNN 24 รวมทุกประเภทรายการ คิดเป็น 69.16% โดยประเภทรายการที่มีการนำเสนอผ่าน Facebook Live มากที่สุด คือ รายการข่าว ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง Nation TV ความยาว 12.55 ชั่วโมงต่อวัน ปัจจุบัน สถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ Facebook Live ในการนำมาต่อยอดนำเสนอเป็นรายการออนไลน์เพื่อสร้างยอดวิวและสร้างรายได้ 2. การสื่อสารการตลาดผ่าน Facebook Live ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ใช้เครื่องมือการสื่อสารการตลาดประเภทการประชาสัมพันธ์มาใช้มากที่สุด รองลงมา คือ การโฆษณาตราสินค้าหรือสินค้าในรายการโทรทัศน์ และการวางสินค้าบนโต๊ะผู้ประกาศข่าว การส่งเสริมการตลาดโดยผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกรแนะนำสินค้า และการจัดกิจกรรมทางการตลาดโดยให้ผู้ชมร่วมสนุกรับของรางวัล และมีการใช้ส่วนประสมทางการตลาด เพื่อกำหนดราคาในการนำเสนอรายการผ่าน Facebook Live เป็นแพ็คเกจเพื่อให้องค์กร หน่วยงาน และผู้ผลิตสินค้าได้จัดซื้อตามขนาดและความต้องการ 3. การสร้างพันธสัมพันธ์ (Engagement) ของสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ใช้วิธีการสร้างพันธสัมพันธ์ด้วยการให้ผู้ชมกดไลก์ (Like) กดแชร์ (Share) และ แสดงความคิดเห็น (Comment) ผ่านทาง Facebook Live เพื่อรับของรางวัลหรือร่วมสนุกชิงรางวัล ทั้งผ่านการจัดกิจกรรมและการแสดงคอนเสิร์ต
161 1040 - Publicationการปรับปรุงประสิทธิภาพของการวางแผนการผลิตสุขภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กรณีศึกษาบริษัท SS จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2009)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolเนื่องจากสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการผลิตสุขภัณฑ์ในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูงในเรื่องการตลาด มีการใช้กลยุทธ์มากมายในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาแข่งกับคู่แข่งเพื่อให้ได้มาซึ่ง Market share หรือการที่แต่ละบริษัทเพิ่มเติมศูนย์บริการให้มากสาขาขึ้น เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และตอบสนองผู้บริโภคได้มากขึ้น ในส่วนของบริษัท SS เองก็เช่นกันที่หนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้ จึงทำให้ผู้บริหารเอง จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต เพื่อที่จะช่วยในการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อความอยู่รอดในธุรกิจขององค์กร ซึ่งต้องอาศัยเครื่องจักรหลากหลายประเภท รวมถึงระบบสารสนเทศในการช่วยประมวลข้อมูลในการผลิต เพื่อให้ง่ายในการติดตามผลและช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาในกระบวนการผลิต ส่งผลให้สามารถปรับปรุงกระบวนการที่มีปัญหาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เพื่อใช้ในการประมวลหรือปรับการวางแผนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริง และยังช่วยให้สามารถผลิตสินค้าได้ในปริมาณเพิ่มขึ้น หรือลดต้นทุนในการผลิตจากกระบวนการดังนั้นการวางแผนการผลิตที่ดีและมีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนสาคัญในการบริหารและจัดการให้ระบบหรือกระบวนการผลิตสามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยทำให้ลดต้นทุนในการผลิตหรือกระบวนการได้ไม่น้อย จึงต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการวางแผนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดวัตถุประสงค์ในการศึกษา1.เพื่อศึกษาปัญหาต่างที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อ KPI โดยรวมของบริษัทและของหน่วยงาน (ที่เกี่ยวโยงกันโดยตรง) 2.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานวางแผนการผลิตสุขภัณฑ์ (เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน)3.เพื่อที่จะออกแบบเครื่องมือมาช่วยในการวางแผนการผลิตสุขภัณฑ์4.เพื่อพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของบริษัท (ข้อเสนอแนะ)87 825 - Publicationการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออนไลน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษาวัฒนธรรมเพอรานากัน(University of the Thai Chamber of Commerce, 2022)
;อรพร สุวัณณะสังข์; ; ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด.การวิจัยเรื่อง การพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออนไลน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษาวัฒนธรรมเพอรานากัน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการใช้นวัตกรรมการสื่อสารออนไลน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อนำเสนอนวัตกรรมการสื่อสารออนไลน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน แบ่งงานเป็น 2 ระยะ คือระยะที่ 1 เป็นการวิเคราะห์เนื้อหาเอกสารซึ่งเป็นสื่อคลิปวีดีโอ 360 องศา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและเผยแพร่อยู่บนช่อง YouTube จำนวน 107 เรื่อง และระยะที่ 2 เป็นการพัฒนาสื่อนวัตกรรมต้นแบบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือการสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีขั้นตอน คือ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่จะนำมาสร้างเป็นเนื้อหาเพื่อเตรียมการ สำหรับการผลิตสื่อคลิปวิดีโอด้วยเทคโนโลยี VR 360 และการบูรณาการสื่อเข้าสู่แพลดฟอร์มเมทาเวิร์ส นำสื่อนวัตกรรมต้นแบบมาทดสอบด้วยการจัดอภิปรายกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ให้ข้อมูลหลักเกี่ยวกับการสื่อนวัตกรรมต้นแบบก่อนการเผยแพร่ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. รูปแบบการใช้นวัตกรรมการสื่อสารออนไลน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พบว่า เนื้อหาของคลิปที่แสดงให้ผู้ชมมีประสบการณ์ร่วมกับ VDO 360 มากที่สุด ร้อยละ 43.93 รองลงมา คือ คลิปที่พาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว ร้อยละ 37.38 และน้อยที่สุด คือ คลิปแนะนำเทคโนโลยี VR 360 และคลิปที่ใช้เป็นสื่อทางการตลาด ร้อยละ 9.35 เท่ากัน ด้านเทคนิคการถ่ายทำ พบว่า รูปแบบการสื่อสารผ่าน VDO 360 ด้วยภาพเคลื่อนไหวมากที่สุด ร้อยละ 33.64 รองลงมา คือ รูปแบบการสื่อสารด้วยภาพเคลื่อนไหว ร้อยละ 29.91 และ น้อยที่สุด คือ รูปแบบการสื่อสารผ่าน VDO 360 ด้วยภาพนิ่งประกอบคำบรรยาย ร้อยละ 1.86 อีกทั้ง พบว่า รูปแบบการสื่อสารผ่าน VDO 360 ด้วยภาพเคลื่อนไหว 360 องศา สามารถทำให้ความรู้สึกถูกกระตุ้นเร้าและสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ชมโดยผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ด้วยวิธีการสื่อสาร ด้วยภาพ เสียง และการเคลื่อนไหว แต่ยังมีข้อจำกัดของการรับรู้ทางความรู้สึกผ่านกลิ่นและรสชาติที่ไม่สามารถสัมผัสได้ผ่านสื่อนี้ 2. นวัตกรรมการสื่อสารออนไลน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2.1 การสร้างนวัตกรรมต้นแบบ นวัตกรรมต้นแบบที่ผลิตขึ้นแสดงเนื้อหาวิถีชีวิตประจำวันของหญิงสาวชาวเพื่่อรานากัน 4 ช่วง วิถีชีวิตยามเช้า จิบน้ำชายามบ่าย การเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น ชุดการรับประทานอาหาร ใช้นำเสนอวัตถุทางวัฒนธรรมที่เก็บรวบรวมไว้ในบ้านชินประชา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเพื่อรานากันที่ได้รับการบำรุงรักษามาอย่างดีมาเป็นที่สถานที่ถ่ายทำด้วยเทคโนโลยี VDO 360 องศา ที่ผู้ชมสามารถเลือกมุมมองการชมภาพได้ตามต้องการแล้วจึงนำคลิปที่ผลิตสำเร็จมาบูรณาการบนแพลตฟอร์มเมทาเวิร์ส มีความยาวรวม 6.25 นาที 2.2 ผลการอภิปรายกลุ่มเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการทดสอบนวัตกรรม พบว่า ผู้ที่ได้รับชม VDO 360 องศา เกิดความเข้าใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องหรือการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมเพื่อรานากันได้ทันที การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเผยแพร่วัฒนธรรม มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่สนใจได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ผ่าน VR และ Metaverse สามารถเปิดโลกวัฒนธรรมได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษา และการสืบทอดวัฒนธรรมได้ หากได้รับการพัฒนาให้เต็มรูปแบบต่อไป1495 473 - Publicationการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการคอมเมนต์บนเพจแบรนด์สินค้าและความคาดหวังต่อการตอบกลับจากแบรนด์ของผู้บริโภค(University of the Thai Chamber of Commerce, 2018)จัตตาฬีส์ แจ่มศรีการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการคอมเมนต์บนเพจแบรนด์สินค้าของผู้บริโภค 2) เพื่อศึกษาการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการคอมเมนต์บนเพจแบรนด์สินค้าของผู้บริโภค และ 3) เพื่อศึกษาความคาดหวังต่อการตอบกลับจากแบรนด์บนเพจแบรนด์ของผู้บริโภค โดยการศึกษาในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เชิงคุณภาพ และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) หน่วยในการวิเคราะห์ ได้แก่ 1) เนื้อหาคอมเมนต์ที่ปรากฏในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 บนเพจทางการของเพจแบรนด์เครื่องดื่มยอดนิยม 3 เพจ ได้แก่ โค้ก จอห์นนี่วอล์คเกอร์ และอิชิตัน รวม 19,753 คอมเมนต์ 2) ผู้ร่วมสนทนากลุ่ม จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบบันทึกข้อมูล (Coding Sheet) คู่มือบันทึกข้อมูล (Coding Handbook) และแนวคำถามในการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแบ่งคำหรือเนื้อหาที่น่าสนใจออกเป็นหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องหรือเหมือนกัน (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการคอมเมนต์บนเพจแบรนด์สินค้าของผู้บริโภค มีทั้งหมด 21 รูปแบบ ได้แก่ (1) ข้อความ (2) สติกเกอร์ (3) ภาพเคลื่อนไหวไฟล์ GIF (4) สัญลักษณ์แสดงอารมณ์ (5) รูปภาพ (6) วิดีโอ (7) ที่อยู่เว็บไซต์ หรือลิงก์ (8) แท็กผู้ใช้รายอื่น (9) ข้อความ และสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ (10) ข้อความและรูปภาพ (11) ข้อความและวิดีโอ (12) ข้อความและที่อยู่เว็บไซต์ หรือลิงก์ (13) ข้อความและสติกเกอร์ (14) ข้อความและแท็กผู้ใช้รายอื่น (15) สัญลักษณ์แสดงอารมณ์และแท็กผู้ใช้รายอื่น (16) สัญลักษณ์แสดงอารมณ์และรูปภาพ (17) ข้อความ แท็กผู้ใช้รายอื่น และรูปภาพ (18) ข้อความ สัญลักษณ์แสดงอารมณ์ และรูปภาพ (19) ข้อความ สัญลักษณ์แสดงอารมณ์และแท็กผู้ใช้รายอื่น (20) ข้อความ สัญลักษณ์แสดงอารมณ์และที่อยู่เว็บไซต์ หรือลิงก์และ (21) ข้อความ สัญลักษณ์แสดงอารมณ์ ที่อยู่เว็บไซต์ หรือลิงก์ และรูปภาพ 2. การคอมเมนต์สามารถแบ่งกลุ่มตามการมีปฏิสัมพันธ์ได้ 3 ด้าน คือ 1) การมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ 2) การมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ และ 3) การมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล 3. ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อการตอบกลับจากแบรนด์ประกอบไปด้วย คาดหวังให้แบรนด์ตอบกลับอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง ตอบกลับต้องถูกกาลเทศะ สอดคล้องกับบุคลิกภาพของแบรนด์ อ่านคอมเมนต์ของผู้บริโภคก่อนจะตอบกลับ หากผู้บริโภคถามช่องทางไหน แบรนด์ควรตอบกลับช่องทางนั้น ตอบกลับแบบไม่มีเงื่อนไข ตอบกลับด้วยความใส่ใจและจริงใจ คาดหวังให้เจ้าของแบรนด์มาตอบกลับเอง และคาดหวังให้ความสำคัญกับคอมเมนต์ด้านบวกและด้านลบเท่าๆ กัน
138 1692 - Publicationการรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร(University of the Thai Chamber of Commerce, 2022)
; ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์.การศึกษาเรื่อง “การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตามมุมมองของเจเนอเรชันซี ในเขตกรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ เพื่อศึกษา 1) การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร และ 2) การรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้ข้อมูลหลักซึ่งเป็นเจเนอเรชันซีซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลาย อายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 20 คน ผลการศึกษาพบว่า เจเนอเรชันซีเปิดรับสื่อโซเชียลมีเดียหลายประเภทในชีวิตประจำ แต่มีการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านเครื่องมือการโฆษณาออนไลน์ค่อนข้างน้อย แต่มีรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านการรีวิวโดยผู้ใช้จริง และผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ในส่วนการรับรู้การสื่อสารการตลาดต่อความตั้งใจเลือกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาตามมุมมองของเจเนอเรชันซีในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า เจเนอเรชันซีตระหนักดีว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทำการสื่อสารการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และเชิญชวนให้พวกเขาสมัครเรียน เจเนอเรชันซี มีบทบาทเชิงรุกในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสาขาการเรียนและสถาบันการศึกษาที่ตนเองสนใจ จึงมักเริ่มต้นด้วยการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของนักศึกษาจากอินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาติดตาม เช่น รุ่นพี่โรงเรียนที่ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา132 1059
- «
- 1 (current)
- 2
- 3
- »