Browsing by Subject "ธุรกิจค้าปลีก"
Now showing 1 - 8 of 8
Results Per Page
Sort Options
- Publicationกลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจค้าปลีกกรณีศึกษาบริษัททิพย์ พัฒนอาร์เขต จากัด:ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า สาขาประตูนา(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
;Kingpaiboon, ThanyaratUniversity of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเรื่อง การศึกษาปัญหากลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจค้าปลีกกรณีศึกษาบริษัททิพย์ พัฒนอาร์เขต จำกัด: ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า สาขาประตูน้ำ ซึ่งมีปัญหาคือมีผู้มาใช้บริการศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่าลดลง ถึงแม้ในตลาดอุตสหกรรมไอทีจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น วัตถุประสงค์ในการศึกษา คือเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อยอดผู้ที่มาใช้บริการภายใน ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า สาขาประตูน้ำที่มีแนวโน้มที่ลดลงและเพื่อศึกษาแนวทางในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจและกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งร้านค้ากลุ่มผู้ประกอบการและกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มาใช้บริการภายในศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันโดยทาการแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Study) โดยทำการศึกษาข้อมูลจากการค้นคว้าข้อมูลรายละเอียดต่างๆของบริษัทและของคู่แข่งขันจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง, บทความวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องในนิตยสารต่างๆรวมถึงเว็ปไซด์ต่างๆศึกษาข้อมูลธุรกิจค้าปลีก, ธุรกิจศูนย์การค้าไอทีและอุตสหกรรมที่เกี่ยวข้องและ การวิเคราะห์ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Study) สัมภาษณ์ผู้บริหารภายในองค์กร ร้านค้า และลูกค้าเป้าหมายรวม 25 ท่าน โดยผลสรุปการศึกษาได้ว่า กลยุทธ์ระดับองค์กรที่เหมาะสมที่สุดคือกลยุทธการเจริญเติบโตด้วยการพัฒนาตลาด(Market Development Strategy)กลยุทธ์ระดับธุรกิจที่เหมาะสมที่สุดคือกลยุทธการเจริญเติบโตด้วยการ กลยุทธการสร้างความแตกต่าง(Differentiae Stratgy) และการมุ่งลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Focus Strategy)กลยุทธ์ระดับหน้าที่ ที่มีความเหมาะสมที่สุดคือกลยุทธส่วนผสมทางการตลาด (Maketing Mix Strategy7P’S) กลยุทธการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management: CRM) กลยุทธการตลาดแบบบูรณาการ (Intergrate Marketing Communication : IMC)126 5017 - Publicationกลยุทธ์สื่อสารการตลาดบูรณาการและการจัดการเชิงกลยุทธ์ ของธุรกิจค้าปลีกผ่านแคตตาล๊อค เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันกรณีศึกษา: บริษัท ซี พี ออลล์ จำกัด(มหาชน) หน่วยงาน 7 Catalog(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง กลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์การตลาดซึ่งสัมพันธ์ กับปัจจัยการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทาง แคตตาล็อค :กรณีศึกษา บริษัท ซี พี ออลล์จำกัด (มหาชน) หน่วยงาน 7 Catalog เป็นการศึกษาเพื่อทราบถึงปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้หน่วยงานต้องประสบกับปัญหาในการดำเนินธุรกิจและนำปัญหานี้มาวิเคราะห์ด้วยกระบวนการทางบริหารและทำการกำหนดกลยุทธ์เพื่อให้บริษัทสามารถเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันที่สูงขึ้นและสามารถแก้ปัญหาในประเด็น ยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งผู้ศึกษาได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆทั้งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการค้นคว้าข้อมูลของบริษัทและรายละเอียดต่างๆ จากเอกสารงานวิจัย ทฤษฎี แนวคิด ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลจากเว็บไซด์ สื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลปฐมภูมิทำได้โดยทำการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทาง 7-แคตตาล็อค การวิจัยครั้งนี้วัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อวิเคราะห์ และ ยืนยันปัญหาที่ส่งผลต่อยอดขาย อาทิ ผู้บริโภค ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก 2. เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดของผู้แข่ง และกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันต่อไป 3.เพื่อกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดตั้งแต่ระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับปฏิบัติการ เพื่อให้มีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันในการแข่งขันเพิ่มยอดขาย กำไรและส่วนแบ่งทางการตลาด จนกระทั่งลูกค้าเกิดความจงรักภักดีในแบรนด์ระเบียบวิธีการศึกษาการศึกษาได้ทำการเก็บข้อมูลแบบปฐมภูมิ (Primary Study) โดยทำการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในบริษัทและเก็บข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Study) โดยการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ ตำรา บทความ ข้อมูล จากหน่วยงาน เว็บไซต์ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องผลการศึกษา จากปัญหาในเรื่องของการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดและยอดขายที่ลดลง เมื่อทำการศึกษาทฤษฎีและวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมด้วยเครื่องมือต่างๆแล้ว ทำให้สามารถเข้าใจปัญหาและสาเหตุของปัญหา รวมทั้งสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่บริษัทได้ ผลการศึกษาพบว่ากลยุทธ์ระดับองค์กรเลือกใช้กลยุทธ์การเติบโต โดยเลือกใช้กลยุทธ์การพัฒนาตลาด (Market Development) ในกลยุทธ์ระดับธุรกิจเลือกใช้ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) ในการคัดเลือกสินค้าที่มีความโดดเด่นกว่าสินค้าบนท้องตลาดทั่วไป และสำหรับกลยุทธ์ระดับปฏิบัติการเลือกใช้กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด(Marketing Mix)เพื่อให้สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดสร้างผลิตภัณฑ์และการบริการที่หลากหลายที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดจนกระทั่งสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์มากขึ้นส่งผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน180 785 - Publicationการรับรู้การส่งเสริมการขายแบรนด์ธุรกิจค้าปลีกความรู้เกี่ยวกับแบรนด์และความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภค : กรณีศึกษาธุรกิจสถานีบริการน้ำมันแบรนด์พีที(University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)อนันต์ จันหาวงศ์การศึกษาครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบสำรวจด้วยระเบียบวิธีการเชิงพรรณนาแบบวัดครั้งเดียว มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาอิทธิพลของการรับรู้การส่งเสริมการขายของแบรนด์ธุรกิจค้าปลีกที่มีต่อความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และผลที่ส่งถึงความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภค โดยเจาะจงศึกษาจากธุรกิจสถานีบริการน้ำมันพีที เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามสำรวจจากกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครที่เคยมีประสบการณ์ใช้บริการของสถานีบริการน้ำมันพีทีในช่วงเวลาไม่เกิน 6 เดือน รวมจำนวน 401 คน การวิเคราะห์ข้อมูลทำโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และทดสอบสมมติฐานการวิจัยด้วยวิธีการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบดังนี้ (1) ตัวแปรการรับรู้การส่งเสริมการขายร่วมกับตัวแปรควบคุม (อายุ และการศึกษา) สามารถอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในระดับค่อนข้างน้อยคือ ร้อยละ 23 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .001 (R2 = .23, p <0.001) ทั้งนี้ พบว่า การรับรู้การส่งเสริมการขายมีอิทธิพลเชิงบวกในระดับปานกลางต่อความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (ß = 0.43, p = 0.001) และในทำนองเดียวกัน (2) ตัวแปรความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ร่วมกับตัวแปรควบคุม (อายุ) สามารถอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรความภักดีต่อแบรนด์ในระดับค่อนข้างน้อยคือ ร้อยละ 22 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .001 (R2 = .22, p <0.001) ทั้งนี้ พบว่า ตัวแปรความรู้เกี่ยวกับแบรนด์มีอิทธิพลเชิงบวกในระดับปานกลาง ต่อความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภค อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .001 (ß = 0.45, p <0.001)
168 655 - Publicationการศึกษากลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิง กลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ กรณีศึกษาแรงจูงใจที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้า HOUSE BRAND ของ บริษัท บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาเรื่องกลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ :กรณีศึกษา แรงจูงใจที่มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้า HOUSE BRAND ของบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเพชรเกษม เขตบางแค ในกรุงเทพมหานคร (มหาชน) วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์ในปัจจุบันของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ของ บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์2.เพื่อศึกษากลยุทธ์ในระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจ และระดับหน้าที่ทางด้านการตลาดของบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ 3.เพื่อศึกษาแรงจูงใจที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าเฮาส์แบรนด์ของบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเพชรเกษม ในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนั้นในการเก็บรวบรวมแบบสอบถาม ผู้วิจัยเลือกการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก(Convenience Sampling) โดยกำหนดโควตาจำนวนตัวอย่าง 100 คน โดยเลือกกลยุทธ์ 3 ระดับ คือ กลยุทธ์ระดับองค์กร(Corporate Strategy) โดยการเลือกกลยุทธ์การเจริญเติบโต Growth เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business Strategy) เลือกกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง(Differentiation Strategy) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน กลยุทธ์ระดับหน้าที่(Functional Strategy) กลยุทธ์การส่งเสริมการขายโดยพนักงานขายและเทคโนโลยีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภค51 9133 - Publicationการศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ขนาดใหญ่(Modern Trade) กรณีศึกษา: บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ภายหลังการควบรวมกับคาร์ฟูร์ โดยเปรียบ เทียบระหว่างบิ๊กซี เอ็กตร้า(คาร์ฟูร์เดิม) สาขาบางใหญ่ กับบิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า กลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของธุรกิจ ค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่(Modern Trade) กรณีศึกษา: บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังการรวบรวมกับคาร์ฟูร์ โดยเปรียบเทียบระหว่างบิ๊กซี เอ็กตร้า (คาร์ฟูร์เดิม) สาขาบางใหญ่ กับบิ๊กซีซูปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์ ตามวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษายืนยันปัญหาของบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในทุกระดับ 2) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อส่วนประสมทางการตลาดของผู้มาใช้บริการบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เทียบกับห้างเทสโก้โลตัส 4) เพื่อกำหนดกลยุทธ์การตลาดหรือธุรกิจในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ออกแบบการวิจัยโดยการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเก็บข้อมูลปฐมภูมิโดยวิธีเก็บแบบสอบถามเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 220 ตัวอย่าง และมีการวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ยและการวิเคราะห์ F-Test ได้ผลการศึกษาว่า บริษัทควรทำการดำเนินกลยุทธ์ระดับองค์กร คือ Market Penetration เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญในธุรกิจค้าปลีกอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่มีความเสี่ยงมากนักและตลาดยังสามารถเติบโตไปได้อีก แต่กลยุทธ์นี้ก็มีข้อเสีย คือ การขยายสาขานั้นใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก และบางพื้นที่ติดข้อบังคับทางกฏหมาย จึงทำให้ไม่สามารถขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างๆได้ตามที่ต้องการ สำหรับการกำหนดกลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ บริษัทใช้กลยุทธ์ Cost Leadership เนื่องจากธุรกิจนี้ต้องขายสินค้าในราคาที่เท่ากันหรือต่ำกว่า จึงทำให้ผู้ที่มีต้นทุนต่ำสุดสามารถมีอัตรากาไรที่สูงขึ้น ซึ่งคิดว่าผู้เล่นทุกรายมีความเป็นไปได้ที่จะใช้กลยุทธ์เดียวกันทั้งหมด แต่ข้อเสียในการใช้กลยุทธ์นี้ คือ การลดต้นทุนนั้นมีขีดจำกัด สาหรับการกำหนดกลยุทธ์ระดับหน่วยผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น บริษัทใช้กลยุทธ์ Market Penetration โดยกลยุทธ์นี้มีข้อดีที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆได้ดีและยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย แต่ข้อเสียในการใช้กลยุทธ์นี้ คือ มีความเสี่ยงสูงและใช้จำนวนเงินลงทุนสูง ซึ่งมีกลยุทธ์การตลาด ใช้กลยุทธ์ STP และส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) โดยทำการวางแผนกำหนดส่วนตลาด กำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท และได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบครบวงจร (Integrated Marketing Communication) เข้ามาช่วยเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์184 2671 - Publicationการศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต(University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)อุมา ลาภทวีสมบูรณ์การศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต โดยพิจารณาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2563 โดยมีตัวแปรต้นได้แก่ ปัจจัยความสำเร็จของผู้ประกอบการ โดยแบ่งเป็น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยการผลิต ด้านอุปสงค์ของตลาด ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน ด้านบริบทของการแข่งขัน ด้านกิจกรรมของภาครัฐ และด้านเหตุสุดวิสัย และตัวแปรตามได้แก่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีประชากรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต ในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว และยังประกอบกิจการในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 4,526 ราย และกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว และยังประกอบกิจการในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 370 ราย โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม หลังจากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์ผ่านค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ รวมถึงส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการคำนวนการถดถอยเชิงพหุ เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสู่ความส าเร็จของผู้ประกอบการ และความสำเร็จของผู้ประกอบการ นอกจากนั้นยังใช้การพิจารณา ANOVA t-test F-test เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างด้านประชากรศาสตร์ และความสำเร็จของผู้ประกอบการ ด้านผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยปัจจัยด้านอุปสงค์ของตลาด (ท่านพูดคุย และปรึกษากับผู้ที่เชี่ยวชาญทางการตลาด เพื่อหาความต้องการในตลาดอย่างสม่ำเสมอ) ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน (ท่านมีการลดความเสี่ยงจากการร่วมมือผ่านอุตสาหกรรมสนับสนุนที่หลากหลาย และเหมาะสม) ปัจจัยด้านบริบทของการแข่งขัน (ท่านมักวิเคราะห์เปรียบเทียบธุรกิจของคู่แข่งขัน และธุรกิจของท่านเองอยู่เสมอ) ปัจจัยด้านกิจกรรมของภาครัฐ (ท่านนิยมใช้ “กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับกิจกรรมของภาครัฐ” เป็นอีกกลยุทธ์หลักในการดำเนินกลยุทธ์ของธุรกิจ) และปัจจัยด้านเหตุสุดวิสัย (ท่านทบทวน และแก้ไขแผนรับมือกับเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นได้กับธุรกิจให้เหมาะสมกับปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ และท่านนิยมศึกษาแนวทางการแก้ไข เหตุสุดวิสัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญ) สอดคล้องกับแนวคิด Diamond Model ของ Michael E. Porter (อ้างถึงใน สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, 2558) ซึ่งระบุไว้ว่า Diamond Model เป็นการพิจารณาและประเมินสภาวการณ์ปัจจุบันของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้าน ที่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ของบริษัท ได้แก่ เงื่อนไขด้านปัจจัยการผลิต (Input Factor Conditions) เงื่อนไขด้านอุปสงค์ (Demand Conditions) บริบทด้านการแข่งขันและกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategy and Rivalry Context) และ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน (Related and Supporting Industries)
398 4394 - Publicationการศึกษาปัญหาการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อพัฒนาศักยภาพ และความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งร้านมณเทียนพาณิชย์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองนี้เป็นการศึกษาถึงปัญหาการจัดการเชิงกลยุทธ์ และ กลยุทธ์การตลาดเพื่อพัฒนาศักยภาพและความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ร้านมณเทียนพาณิชย์วัตถุประสงค์ในการศึกษาคือเพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลทำให้ผลประกอบการของร้านมณเทียนพาณิชย์ลดลงและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ที่จะช่วยให้ร้านมณเทียนพาณิชย์มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ซึ่งแบ่งประเด็นปัญหาในการศึกษาครั้งนี้เป็น 3 ระดับด้วยกันคือ (1.) ระดับองค์กรคือการลดลงของยอดขายร้านมณเทียนพาณิชย์ (2.) ระดับธุรกิจคือการเข้ามาได้ง่ายของคู่แข่งรายใหม่ในพื้นที่ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลดลงของยอดขายด้วย (3.) ระดับหน้าที่คือการรักษาของฐานลูกค้าโดยการสร้างความพึงพอใจ เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานของร้านมณเทียนพาณิชย์ให้มีศักยภาพและเกิดความได้เปรียบในการแข่งขันขึ้น โดยใช้วิธีการสำรวจเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้บริหารร้านมณเทียนพาณิชย์เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยภายใน / ปัจจัยภายนอกที่แท้จริงที่มีผลกระทบต่อยอดขายและการทำ Focus Group ในเรื่องความคิดเห็นและทัศนคติที่มีความเกี่ยวข้องกับร้านมณทียนพาณิชย์ซึ่งส่งผลจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการ72 817 - Publicationปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์กลุ่มค้าปลีก [ซีดี-รอม] / ทศพร ศรีสมโพธิ(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics45 115