EC: Independent Studies
Permanent URI for this collection
Browse
Recent Submissions
- Publicationปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ กรณีศึกษา พนักงาน บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการขอสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ พนักงานบริษัท อีซี่ บาย จำกัด มหาชน ที่เคยมีประสบการณ์สมัครบริการสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ จำนวน 359 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้คือ ค่าสถิติร้อยละ Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่า t-test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way Analysis of Variance) ทั้งนี้ สำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ที่เกิดขึ้น สถิติที่ใช้คือ วิธี Least Significant Difference (LSD) จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20 - 30 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี สถานภาพโสด มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ค่าใช้จ่ายต่อเตือน 10,001 - 20,000 บาท มีประสบการณ์ในการขอสินเชื่อส่วนบุคคลน้อยกว่า 1 ปี จ่ายอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเท่ากับแหล่งอื่น ๆ จ่ายชำระสินเชื่อส่วนบุคคล โดยใช้ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ข้อกำหนดอื่น ๆ ของสัญญากู้ยืมนอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระคือ ค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ การรับรู้ข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อหมุนเวียนใช้จ่ายในครอบครัว ประเภทของการขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการใช้จ่าย ขอสมัครใช้สินเชื่อผ่านเจ้าหน้าที่ของสถาบัน ความถี่ในการขอสินเชื่อส่วนบุคคลในแต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 1 ปี ได้รับอิทธิพลในการตัดสินใจจากตัวเอง ในส่วนของผลการทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ 1. ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายต่อเดือน โดยมีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในด้านวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล 2. ปัจจัยด้านประสบการณ์ในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในด้านวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล และผู้มีอิทธิพลในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล 3. ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่มีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ 4. ปัจจัยด้านระยะเวลาการผ่อนชำระ โดยมีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในด้านประเภทในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล 5. ปัจจัยด้านข้อกำหนดอื่น ๆ โดยมีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ในด้านผู้มีอิทธิพลในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล 6. ปัจจัยด้านการรับรู้ โดยมีผลต่อพฤติกรรมการขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในด้านลักษณะการขอสินเชื่อส่วนบุคคล และผู้มีอิทธิพลในการขอสินเชื่อส่วนบุคคล
197 799 - Publicationปัจจัยที่มีผลต่อความถี่ในการซื้อสินค้าจาก ท็อปส์ (Tops) สาขาเซ็นทรัลศาลายา(University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
;รัฐศาสตร์ ทองปาน; ;สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะเศรษฐศาสตร์การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความถี่ในการซื้อสินค้าจาก ท็อปส์ (Tops) สาขาเซ็นทรัลศาลายา โดยมีปัจจัยที่ศึกษามีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ 1. ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ 2.พฤติกรรมการซื้อสินค้าจากท็อปส์ 3. ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) 4. ทัศนคติที่มีต่อการซื้อสินค้า โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้วิธีการเก็บแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างจำนวน 409 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน โดยใช้การทดสอบไคสแควร์ Chi -Square Test จากผลการศึกษาพบว่า ด้านประชากรศาสตร์ส่วนใหญ่ผู้ที่ใช้บริการ โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 21 - 30 ปี สถานภาพโสด มีระดับการศึกษาสูงสุดคือ ปริญญาตรี มีสถานะอาชีพ เป็นนักเรียน/นักศึกษา มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3 - 4 คน โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ด้านพฤติกรรมในการซื้อสินค้าจาก ท็อปส์ (Tops) พบว่า ความถี่ของการซื้อสินค้าจาก ท็อปส์ (Tops) สาขาเซ็นทรัลศาลายา อยู่ที่ 1 - 2 ครั้งต่อเดือน มีระยะเวลาในการเดินทางเพื่อไปซื้อสินค้าในแต่ละครั้งอยู่ที่ 31 นาที - 40 นาทีโดยมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า โดยเฉลี่ย 501 - 1,000 บาท ส่วนการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยด้านอายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา ลักษณะอาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ระยะเวลาการเดินทาง และค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อครั้ง ส่งผลต่อความถี่ในการซื้อสินค้าจาก ท็อปส์ (Tops) สาขา เซ็นทรัลศาลายา และปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความถี่การซื้อสินค้ามีทั้งหมด 2 ด้านได้แก่ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ และปัจจัยด้านสถานที่ ส่วนด้านทัศนคติต่อการซื้อสินค้าที่ ท็อปส์ (Tops) ส่งผลกระทบต่อความถี่การซื้อสินค้าเช่นเดียวกัน111 897 - Publicationปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อดัชนีของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี(University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
;ธีรภัทร ตันติบุตร; ;สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะเศรษฐศาสตร์การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อดัชนีหุ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 60 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระและตัวแปรตามด้วยถดถอยพหุเชิงเส้น (Multiple Linear Regression) ด้วยวิธีการประมาณค่าแบบกำลังสองน้อยที่สุด (OLS) จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนีของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ประกอบด้วย อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลล่าสหรัฐ (EXR) ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์สหรัฐอเมริกา (DJIA) และมูลค่าการซื้อขายของตลาด (VALUE) มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับอุตสหกรรมเทคโนโลยี อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.01 ส่วนราคาทองคำ (GOLD) มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับอุตสหกรรมเทคโนโลยี อย่างมีนัยสำคัญ 0.01 และพบว่า ตัวแปรอิสระสามารถอธิบายตัวแปรตามได้หรืออุตสหกรรมเทคโนโลยี ได้ร้อยละ 90.30 (R2=0.903)130 1047 - Publicationการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนร้านกาแฟ กรณีศึกษา CHAN Café อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง(University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
;ชัญญานุช เจริญรมย์; ;สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะเศรษฐศาสตร์การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนร้านกาแฟ กรณีศึกษา CHAN Café อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนร้านกาแฟ CHAN Café อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยใช้เกณฑ์การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจลงทุน ว่าควรลงทุนหรือไม่ลงทุน ประกอบด้วยการวิเคราะห์ด้านการจัดการ การวิเคราะห์ด้านเทคนิค การวิเคราะห์ด้านการตลาด และการวิเคราะห์ด้านการเงิน รวมทั้งการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการ ผลการศึกษาพบว่าความเป็นไปได้ในการลงทุนร้านกาแฟ กรณีศึกษา CHAN Café อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยโครงการนี้ใช้เงินลงทุน 2,352,500 บาท เป็นเงินส่วนของเจ้าของทั้งหมด มีอายุโครงการ 5 ปี โครงการนี้มีระยะเวลาการคืนทุนที่ปรับค่าของเวลา (DPB) คือ 2 ปี 15 วัน มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ (NPV) เท่ากับ 2,074,331.46 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) เท่ากับ 108.06% ซึ่งมีค่ามากกว่าอัตราคิดลดหรือต้นทุนของเงินต้นที่โครงการกำหนดไว้คือ 7.2% และมีอัตราผลตอบแทนต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) เท่ากับ 1.27 เท่า ผลการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการ เมื่อกำหนดให้ค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงไปจากยอดประมาณการ โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น 8 กรณี ได้แก่ กรณีที่รายรับรวมและต้นทุนปรกติ (สมควรลงทุน), กรณีที่รายรับรวมลดลง 10% (สมควรลงทุน), กรณีที่รายรับรวมลดลง 20% (สมควรลงทุน), กรณีต้นทุนเพิ่มขึ้น 10% (สมควรลงทุน), กรณีต้นทุนเพิ่มขึ้น 20% (สมควรลงทุน),กรณีที่รายรับรวมลดลง 10% และต้นทุนเพิ่มขึ้น 10% (สมควรลงทุน), กรณีที่รายรับรวมลดลง 10% และต้นทุนเพิ่มขึ้น 20% (ไม่สมควรลงทุน), กรณีที่รายรับรวมลดลง 20% และต้นทุนเพิ่มขึ้น 10% (ไม่สมควรลงทุน), กรณีที่รายรับรวมลดลง 20% และต้นทุนเพิ่มขึ้น 20% (ไม่สมควรลงทุน)117 928 - Publicationปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย(University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
;สุภาพร จันทร์สว่าง; ;สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะเศรษฐศาสตร์การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยประชากรศาสตร์กับการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย เพื่อศึกษาพฤติกรรมในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประสมทางการตลาด 7P’s กับการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 389 คน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปโดยวิธีทางสถิติ SPSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน ใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และวิธี Chi-Square จากผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 21 - 30 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพนักเรียน/นักศึกษา รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท โดยส่วนใหญ่ซื้อบริการด้านความงามจากช่องทางแอพพลิเคชั่น 1 - 2 ครั้งต่อเดือน และเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อครั้ง 501 - 1,000 บาท กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เลือกบริการด้านความงามประเภทรักษาสิว ส่วนการทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่า ปัจจัยด้านรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย ที่แตกต่างกัน ส่วนปัจจัยด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบริการ ด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย ไม่แตกต่างกันและส่วนของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด 7P’s พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อบริการด้านความงามของคนโสดผ่านแอพพลิเคชั่น GoWabi ในประเทศไทย มี 7 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจัยด้านบุคคล ปัจจัยด้าน การส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านกระบวนการ และปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ140 1046