BA: Independent Studies

Permanent URI for this collection

Browse

Recent Submissions

Now showing 1 - 5 of 87
  • Publication
    ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อพฤติกรรมการเปิดรับสื่อออนไลน์ของมนุษย์เงินเดือน
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2014)
    กิตติศักดิ์ ทองฟุก
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการจัดการการตลาดค้าปลีก.
    The purpose of this research study is to study and to understand the behavior of target group, employee or Salaryman in Bangkok area, toward the use of online media related to advisory services from retail banking by comparing demographic profile. The goal is to understand whether there is any difference in term of accepting the online media among target group or not. The result will be used to improve and to formulate better marketing strategy and plan including promotion in order to catch attention of target group, employee or Salaryman in Bangkok area. The case study focus on the awareness of products and services of K-Expert from Kasikorn Bank among target group. Questionnaire was used as a tool to collect necessary information from 400 respondents focusing on gender, age, occupation, education level and income level. In order to understand whether there is any different in online media consumption from demographic factors whether there is any significant different, 0.05.
      44  430
  • Publication
    ศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์งานขัดอุตสาหกรรม
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2014)
    กวิตา เนตินิธิกร
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการจัดการการตลาดค้าปลีก.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์งานขัดอุตสาหกรรม ด้วยการเก็บแบบสอบถามจำนวน 400 คน จากกลุ่มตัวอย่างที่มาชมงานแสดงสินค้าอินเตอร์แมชโชว์ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก จักรกลและโลหะการ รองรับ และสนับสนุนการผลิตในด้านอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอิเลคทรอกนิคส์และคอมโพแนน รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตรับช่วงต่อที่เกี่ยวข้อง งานแสดงจะจัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤษภาคม ณ ศูนย์นิทรรศการและประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร (Bangkok International Trade & Exhibition Centre: BITEC) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ T-test independent sample, One Way ANOVA และ Pearson Correlation ผลการวิจัยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 31 – 40 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพการสมรส มีตำแหน่งในองค์กรของ คือ ฝ่ายจัดซื้อ และไม่มีอำนาจในการสั่งซื้อ อยู่ในองค์ที่เปิดดำเนินกิจการมาแล้วมากกว่า 3 ปี ปัจจัยทางด้านอายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งในองค์กร ด้านผลิตภัณฑ์จำหน่ายผ่านหน้าร้าน และด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านหน้าร้าน มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์งานขัดอุตสาหกรรมผ่านช่องทางจำหน่ายหน้าร้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 สำหรับด้านการส่งเสริมการตลาดและด้านราคาจำหน่าย ไม่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์งานขัดอุตสาหกรรมผ่านช่องทางจำหน่ายหน้าร้าน ในด้านปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุดเรียงตามลำดับ คือ ด้านการส่งเสริมการตลาดหน้าร้าน โดยมีปัจจัยย่อย คือ มีการจัดกิจกรรมโปรโมชั่นสินค้าพิเศษหน้าร้านทุกเดือน ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายหน้าร้าน โดยมีปัจจัยย่อย คือ มีทำเลที่ตั้งสะดวกต่อการเดินทาง ด้านราคาจำหน่ายหน้าร้าน โดยมีปัจจัยย่อย คือ ราคาจำหน่ายหน้าร้านมีความยืดหยุ่นสามารถต่อรองได้ ด้านผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายหน้าร้าน โดยมีปัจจัยย่อย คือ ผลิตภัณฑ์มีเพียงพอต่อคววามต้องการซื้อในทุกครั้ง
      35  370
  • Publication
    การจำแนกความแตกต่างทางด้านทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกับนอกเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ = Classification attitude toward nursing assistant profession between high school grade 12 in capital district and other districts, Burirum
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2015)
    วินุตตา ดาววัฒนะทรัพย์
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการจัดการ.
    การจำแนกความแตกต่างทางด้านทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกับนอกเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่ภายในอำเภอเมืองในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ 2. เพื่อศึกษาทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่ภายนอกเขตอำเภอเมืองในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ 3. เพื่อค้นหาทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลที่สามารถใช้ในการจำแนกกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกที่อาศัยอยู่นอกเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ผลจากการวิจัยในภาพรวมพบว่า ทัศนคติต่ออาชีพผู้ช่วยการพยาบาลนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่หกในเขตพื้นที่อำเภอเมืองต่างจากนักเรียนนอกเขตพื้นที่อำเภอเมือง พบว่า ข้อคำถามที่ทำให้กลุ่มอำเภอเมืองแตกต่างจากกลุ่มนอกอำเภอเมือง มี 5 ข้อคำถามที่ทำให้สองกลุ่มแตกต่างกัน ได้แก่ การให้ความเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ป่วย ผู้ช่วยการพยาบาลเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี ผู้ช่วยการพยาบาลควรมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน ต่อให้เลือกอาชีพอื่นได้ก็ยังคงทำงานผู้ช่วยการพยาบาล และผู้ช่วยการพยาบาลทำให้เป็นคนมีเมตตากรุณา ซึ่งกลุ่มนอกอำเภอมีค่าเฉลี่ยของกลุ่มดีกว่ากลุ่มในอำเภอเมือง
      35  132
  • Publication
    การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรับรู้ต่อส่วนประสมการตลาดค้าปลีกกับระดับความพึงพอใจที่มีต่อการซื้อเสื้อผ้ามือสอง ผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2015)
    วิชญาพร กันธิยาวงค์
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการจัดการการตลาดค้าปลีก.
    การศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรับรู้ต่อส่วนประสมการตลาดค้้าปลีกกับระดับความพึงพอใจที่มีต่อการซื้อเสื้อผ้ามือสอง ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร มีการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 385 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามสะดวก (Convenience sampling) ด้วยการโพาลิ้งสำหรับตอบแบบสอบถามบนร้านค้าเสื้อผ้ามือสองใน Facebook การวิเคราะห์ข้อมูลของการวิจัยครั้งนี้ได้ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ซึ่งประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ความถี่ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการบรรยายเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป และใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ในการวิเคราะห์ปัจจัยผู้วิจัยใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ (Mutiiple Regression) ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ต่อส่วนประสมตลาดค้าปลีกในด้านต่างๆของผู้บริโภคเสื้อผ้ามือสอง ผ่านระบบเครืองข่ายสังคมออนไลน์ Facebook ของผู้บริโภคเขตกรุงเทพมหานคร และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับการรับรู้ต่อส่วนประสมการตลาดค้าปลีกกับระดับความพึงพอใจที่มีต่อการซื้อเสื้อผ้ามือสอง ผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาพบว่าระดับการรับรู้ต่อปัจจัยด้านส่วนประสมการตลาดค้าปลีก อันได้แก่ ความหลากหลายของสินค้า, การกำหนดราคา, การออกแบบร้านและการจัดแสดงสินค้า, ทำเลที่ตั้ง, องค์ประกอบการสื่อสาร, และการให้บริการลูกค้า มีอำนาจพยากรณ์ ระดับความพึงพอใจที่มีต่อการซื้อเสื้อผ้ามือสอง ผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook อย่างมีนัยสำคัญทางสถิิติระดับ 0.05 โดยความหลากหลายของสินค้ามีผลต่อระดับความพึงพอใจมากที่สุด
      28  158
  • Publication
    การแบ่งกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการบริษัท AAA จำกัด สำนักงานใหญ่ โดยใช้ปัจจัยด้านความผูกพันต่อองค์กร
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2016)
    ฐิติภัทร เดชนครชัย
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการจัดการ.
    การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานบริษัท AAA จำกัด สำนักงานใหญ่ และจำแนกประชากรตามระดับความผูกพันต่อกลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ พนักงานระดับปฏิบัติงาน บริษัท AAA จำกัด สำนักงานใหญ่ จำนวน 327 คน เครื่องมือที่ผู้วิจัยใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนส่วนที่ 1 เป็นแบบสอบถามในเรื่องเกี่ยวกับลักษณะบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได้จากเงินเดือนประจำเดือน ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานของพนักงานระดับปฏิบัติงาน โดยมีลักษณะแบบสอบถามที่ได้ตรวจสอบรายการจาก (Checklist) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับผูกพันของพนักงานต่อองค์กร อ้างอิงแนวคิดทางทฤษฏีความผูกพันต่อองค์กร ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า และการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมองค์กรด้านความเต็มใจที่ทุ่มเทความพยายามอย่างมากเพื่อประโยชน์ขององค์กร ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะดำรงรักษาการเป็นสมาชิกขององค์กร ผลการศึกษาพบว่าพนักงานมีระดับความผูกพันโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายกลุ่มว่า ระดับด้านความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า และการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมองค์กร ด้านความเต็มใจที่ทุ่มเทความพยายามอย่างมากเพื่อประโยชน์ขององค์กรความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะดำรงรักษาการเป็นสมาชิกขององค์กรอยู่ในระดับมาก ปัจจัยส่วนบุคคลต่อระดับความผูกพันต่อองค์กร ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพ รายได้จากเงินเดือนประจำต่อเดือน ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานของพนักงานระดับปฏิบัติงาน มีผลต่อระดับความผูกพันต่อองค์กร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
      38  189