logo
  • English
  • ไทย
  • Log In
    or
    Have you forgotten your password?
logo
  • Communities & Collections
  • Research Outputs
  • Projects
  • People
  • Organizations
  • Statistics
  • English
  • ไทย
  • Log In
    or
    Have you forgotten your password?
  1. Home
  2. Browse by Subject

Browsing by Subject "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร"

Now showing 1 - 20 of 23
Results Per Page
Sort Options
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การทําเหมืองข้อมูลเพื่อพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ธนาวุฒิ ระลึกมูล
    ;
    สุวรรณี อัศวกุลชัย
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีวิสัยทัศน์ว่า “เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท” ภาระหนี้สินเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเกษตรกรที่เป็นลูกค้าของธ.ก.ส. การที่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าไม่สามารถส่งชําระหนี้คืนให้กับธ.ก.ส.ได้ ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตามล้วนส่งผลต่อการดําเนินงานของธ.ก.ส.และยังอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในการดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วย ทั้งนี้ หากสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยําหรือใกล้เคียงความเป็นจริงว่าลูกค้าคนใดมีโอกาสที่จะเป็นหนี้ค้างชําระ ก็จะช่วยให้สามารถป้องกันหรือแก้ไขก่อนที่จะเป็นหนี้ค้างชําระได้ ดังนั้น ในบทความนี้ได้ประยุกต์ใช้เหมืองข้อมูลในการพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์สําหรับใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชําระต่อไป วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้จึงศึกษาปัจจัยที่ทําให้ลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ และประยุกต์การทําเหมืองข้อมูลมาใช้ในการพยากรณ์โอกาสลูกค้ามีหนี้ค้างชําระ ดําเนินงานการศึกษาโดยใช้แนวทางของกระบวนการ CRISP-DM ผู้วิจัยเลือกกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรรายย่อยมาจํานวน 860 คน ทําการจัดชุดข้อมูลเป็น 3 ชุด เลือกกลุ่มตัวอย่างมาร้อยละ 70 80 และ 90 ของจํานวนกลุ่มตัวอย่างที่มี 860 คน เป็นชุดข้อมูลสําหรับฝึกสอน (Training set) กันข้อมูลส่วนหนึ่งไว้สําหรับเป็นชุดทดสอบ (Test set) 86 คน ไม่ซ้ำกับชุดฝึกสอน แต่ใช้สําหรับทดสอบกับชุดฝึกสอนทุกชุด ทําการสร้างแอตทริบิวต์ขึ้นมาใหม่ อีก 28 แอตทริบิวต์ สําหรับใช้เป็นปัจจัยในการพยากรณ์ ใช้วิธีการ One Hot Encoding แปลงแอตทริบิวต์ข้อมูลที่เป็น Nominal Number และใช้หลักการของ Max-Min Nomalization ปรับบรรทัดฐานข้อมูลที่มีช่วงแตกต่างกันมาก ใช้โปรแกรม WEKA Version 3.8.5 ช่วยในการสร้างและวิเคราะห์แบบจําลอง ใช้เทคนิคการสร้างแบบจําลอง 3 เทคนิค ไดแก่ Decision Tree j48, Support Vector Machine (SVM) และ Naïve Bayes และทําการวัดประสิทธิภาพแบบจําลองโดยใช้วิธี 10-fold cross-validation ผลการศึกษา พบว่า แบบจําลองที่ใช้ข้อมูลจากเกษตรกรรายย่อย ที่ใช้ชุดทดสอบจํานวน 688 คน (80% จากจํานวน 860 คน) โดยใช้เทคนิค Support Vector Machine (SVM) ซึ่งใช้ฟังก์ชั่นเคอร์เนลแบบเชิงเส้น (Linear kernel) ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อทดสอบด้วยชุดทดสอบ 86 คน โดยมีค่า Accuracy, Kappa statistic และ ROC Area เท่ากับ 81.3953% 0.4452 และ 0.774 ตามลําดับ
      180  1292
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การประยุกต์เหมืองข้อมูลเพื่อพยากรณ์ปัจจัยที่ทําให้เกิดหนี้ค้าง ภายใต้การให้บริการด้านสินเชื่อโครงการสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    นพมาศ บุญปั้น
    ;
    สุวรรณี อัศวกุลชัย
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาหนี้ค้าง (NPL) ผ่านโครงการพัฒนาระบบสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) ในกลุ่มลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดลพบุรี และเพื่อประยุกต์เหมืองข้อมูลในการอนุมัติสินเชื่อในการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินกู้ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าเงินกู้ที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อฉุกเฉินที่มีอยู่ในระบบสารสนเทศของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดลพบุรี จำนวน 9,002 ราย จากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัวลงใน Line Official ของ ธ.ก.ส. เพื่อสมัครสินเชื่อฉุกเฉิน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสร้างแบบจำลองการเรียนรู้ผ่านโปรแกรม Weka เพื่อหาความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้ค้าง (NPL) ผลการศึกษา จากการทดลองใช้ตัวแบบพยากรณ์ จำนวน 3 แบบ ได้แก่ เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ (Decision Tree), เทคนิคเบย์อย่างง่าย (Naïve Bayesain classifier) และเทคนิคซัพพอร์ตเวกเตอร์เเมชชีน (Support vector machine; SVM) พบว่า เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ (Decision Tree) มีค่าความถูกต้องในการทำนาย (Correctly Classified Instances) มากที่สุด
      136  918
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การประเมินประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของสํานักงานธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    กมลชนก แผ่นพงษ์
    การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของพนักงานในสํานักงานธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 4 แห่ง ในจังหวัดหนองบัวลําภู โดยใช้แบบประเมินความคิดเห็นจากผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ได้แก่ ระดับผู้บริหาร จํานวน 9 คน และระดับพนักงานพัฒนาธุรกิจ 25 คน รวม 34 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลจากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 68 มีอายุโดยเฉลี่ย 26-35 ปี ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ คือ ระดับปริญญาตรี และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 5-25 ปี กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า การบริหารความเสี่ยงในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ของสํานักงานธุรกิจขนาดย่อม มีประสิทธิผลในระดับมาก โดยองค์ประกอบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลระดับมากที่สุดคือ การระบุเหตุการณ์เสี่ยง การประเมินความเสี่ยงและการติดตามผลการบริหารความเสียงในกระบวนการพิจารณาสินเชือ องค์ประกอบการบริหารความเสี่ยงทีกลุ่มตัวอย่างเห็นว่ามีระดับประสิทธิผลน้อยกว่าด้านอืน ที่ควรได้รับการพิจารณาปรับปรุงคือการกําหนดกิจกรรมการควบคุมพื้นฐานด้านการกําหนดนโยบายและวิธีการปฏิบัติงานเกียวกับการบริหารลูกหนี้ที่ค้างชําระเกินกําหนด 3 งวด การปรับปรุงเกี่ยวกับนโยบายบุคลากรเรื่องการทดสอบทักษะของพนักงานในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ รวมทั้งการระบุวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติงานระดับกิจกรรมให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ธนาคารอาจทบทวนปัจจัยเสี่ยงใหม่และปรับปรุงกระบวนการพิจารณาสินเชื่อโดยบูรณาการกับกลยุทธ์และผลการปฏิบัติงานให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
      109  626
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การยอมรับการใช้บริการ Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรผู้สูงอายุ บริบทธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    ปิยะนันท์ จันทร์ตรี
    ;
    กาญจนา กาญจนสุนทร
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้งาน Mobile Banking ในกลุ่มลูกค้าของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในเขตกรุงเทพมหานคร เฉพาะปีบัญชี 2564 จำแนกตามปัจจัยแรงจูงใจในการใช้งาน ปัจจัยการเข้าถึงและการใช้งาน และปัจจัยความพึงพอใจในการใช้บริการ Mobile Banking โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสร้างแบบจำลองการเรียนรู้แบบมีผู้สอน (Supervised Learning) วิเคราะห์ผ่านโปรแกรม Weka (Waikato Environment for Knowledge Analysis) เพื่อกลุ่มข้อมูลหาความสัมพันธ์จากการทำนายผลของผู้ที่ใช้งาน Mobile Banking เพื่อหาความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้งาน Mobile Banking ผลการศึกษา พบว่าปัจจัยในการยอมรับการใช้บริการ มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมาก การเข้าถึงและการใช้งานในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มีการเข้าถึงและการใช้งานฟังก์ชั่นในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก โดยในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ที่มีการใช้งาน Mobile Banking พบว่า มีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคาร อยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานในการโอนเงินจากบัญชี ธ.ก.ส. ไปยังธนาคารอื่นอยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมาก และกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีระดับการยอมรับการใช้งานในด้านการประหยัดเวลาในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องไปที่สาขาของธนาคารอยู่ในระดับมากที่สุด มีการเข้าถึงและการใช้งานเพื่อตรวจสอบยอดเงินเคลื่อนไหวในบัญชี ธ.ก.ส. อยู่ในระดับมากที่สุด และส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ธ.ก.ส. A-Mobile ในด้านขั้นตอนการใช้งานในการทำธุรกรรมง่ายต่อการใช้งานอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะจากงานการศึกษานี้คือ ธนาคารควรพัฒนา ปรับปรุง ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดตามปัจจัยที่ได้วิเคราะห์ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มาใช้บริการ ธ.ก.ส. A-Mobile และสามารถดึงลูกค้าใหม่ใช้บริการผลิตภัณฑ์กับทางธนาคารมากที่สุด
      208  851
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การวิเคราะห์การจัดทำและบริหารงบประมาณการลงทุนด้านการก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาสำนักงานในส่วนงานภูมิภาคของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธก.ส.)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    วสุธร เผือกฟัก
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดทําและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งแต่กระบวนการเสนอขอสร้างสาขา กระบวนการพิจารณาอนุมัติการก่อสร้างและกระบวนการจัดสร้างสาขา ตามกรอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดทํางบประมาณและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขาของ ธ.ก.ส. เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการวางแผนจัดทํางบประมาณและการบริหารงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสาขาของ ธ.ก.ส. โดยทําการเก็บข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก ในส่วนงานสํานักงานใหญ่ และส่วนงานภูมิภาค รวมทั้งหมด 44 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร จํานวน 22 คน และพนักงาน จํานวน 22 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแผนผังก้างปลา เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ให้มุมมองการเกิดปัญหา ดังนี้ 1. ด้านนโยบาย พบว่า มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยการกระจายอํานาจให้สาขาดําเนินการแทนส่วนกลาง และชะลอการก่อสร้างสาขาที่เป็นสาขาตําบล 2. ด้านงบประมาณ พบว่า ขาดการจัดลําดับความสําคัญก่อนหลัง ของแผนงานให้สอดคล้องกับศักยภาพของบุคลากร และการประมาณการงบประมาณไว้สูงเกินไป 3. ด้านกระบวนการ พบว่า มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กรอบระยะเวลาไม่เพียงพอ การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า ผู้รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับธนาคารมีน้อยราย และราคากลางต่ำเกินไป 4. ด้านบุคลากร พบว่า บุคลากรของส่วนกลางไม่เพียงพอ การโยกย้ายสับเปลี่ยนพนักงาน และพนักงานขาดประสบการณ์และไม่มีความรู้ ทางผู้ศึกษาได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3 แนวทาง ดังนี้ 1. นโยบายการปรับลดจํานวนสาขาหรือปรับขนาดสาขาให้เล็กลง และลงทุนด้านเทคโนโลยีมากขึ้น 2. นโยบายให้ส่วนกลางดําเนินการโดยตรง หากพนักงานไม่เพียงพอให้จ้างบริษัทภายนอกและควบคุมโดยส่วนกลาง 3. นโยบายการกระจายอํานาจให้ส่วนภูมิภาคดําเนินการเอง ทางผู้ศึกษาขอเสนอแนวทางเลือกที่ 1 นโยบายการปรับลดจํานวนสาขา คือ การลงทุนด้านเทคโนโลยี ทําให้ธนาคารมีการปรับตัวโดยการนําเทคโนโลยีมาช่วยอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการเงินแก่ลูกค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน แนวทางนี้จะช่วยลดปัญหาในด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในส่วนงานภูมิภาค ที่มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนตําแหน่งภายในองค์กร พนักงานขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดําเนินงานก่อสร้างสาขา และสามารถบริหารงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรได้
      105  963
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจ่ายสินเชื่อตามข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์)ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางเขนโดยใช้เทคนิคเหมืองข้อมูล
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    ประมุข ปาประโคน
    ;
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาปัจจัยที่มีผลต่อการจ่ายสินเชื่อตามข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางเขน อันเนื่องมาจากปริมาณยอดการจ่ายสินเชื่อตามข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์) ในปีบัญชี 2563 ลดลงจากปี 2561 – 2562 และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ซื้อสลากออมทรัพย์และข้อมูลลูกค้าที่มียอดการเบิกสินเชื่อข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์) ของสาขาบางเขน ในบัญชี 2563 ประกอบไปด้วยข้อมูลลูกค้าที่ซื้อสลากออมทรัพย์ทั้งสิ้น 6,378 ราย และมีลูกค้าที่มี ยอดการเบิกสินเชื่อข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์) จำนวน 802 ราย โดยมีแอทริบิวต์ที่จำเป็นต่อการศึกษาจำนวน 7 แอทริบิวต์ ได้แก่ อายุลูกค้า ระยะเวลาที่ติดต่อธนาคาร เพศ สถานะสมรส ยอดรวมเงินฝากประเภทสลาก ยอดรวมสินเชื่ออื่นๆ และลูกค้ามีการกู้สินเชื่อข้อบังคับฉบับ 35 แล้วนำข้อมูลมาทดสอบกับเทคนิคการจำแนกกลุ่มจำนวน 4 เทคนิค ได้แก่ เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ (Decision Tree) เทคนิคกฎการตัดสินใจ (Decision Rule) เทคนิคตัวจำแนกประเภทเบย์อย่างง่าย (Naïve-Bayes) และเทคนิคซัพพอร์ทเวกเตอร์แมชชีน (Support Vector Machine) จากการทดสอบ พบว่าเทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ Decision Tree: J48 ให้ผลลัพธ์ที่มีความถูกต้องมากที่สุด โดยมีผลลัพธ์ความถูกต้อง 87.50% และสามารถสรุปปัจจัยที่มีผลต่อการจ่ายสินเชื่อตามข้อบังคับฉบับที่ 35 (สลากออมทรัพย์) จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดสอบ ได้แก่ ระยะเวลาที่ติดต่อธนาคาร ยอดรวมสินเชื่ออื่นๆ และยอดรวมเงินฝากประเภทสลาก
      129  706
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการต่ออายุกรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ชีวิตแบบคุ้มครองสินเชื่อ กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    กัมปนาท ศรีมาลา
    ;
    วัศวี แสนศรีมหาชัย
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    กรมธรรม์การฝากเงินสงเคราะห์ชีวิตแบบคุ้มครองสินเชื่อ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำคัญของ ธ.ก.ส. ถูกออกแบบขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักประกันแบบคุ้มครองสินเชื่อให้กับลูกค้าผู้กู้ ลูกหนี้ร่วม และคู่สมรส ยามเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวเกษตรกร อีกทั้ง ธ.ก.ส. ยังวางเป้าหมายในการสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและแสวงหารายได้เพิ่มให้กับธนาคารอย่างยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตามจากข้อมูลสถิติย้อนหลังของ ธ.ก.ส. สาขาโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ พบว่า รายได้จากผลิตภัณฑ์การฝากเงินสงเคราะห์ชีวิตแบบคุ้มครองสินเชื่อลดลงทุกปี ทำให้เกิดปัญหารายได้ลดลงและส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของสาขาและรายได้ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ภาพรวมของธนาคารไม่เป็นไปตามตัวชี้วัด (KPIs) จากปัญหาข้างต้น ผู้จัดทำจึงมีแนวคิดในการศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจต่ออายุกรมธรรม์ โดยการศึกษาครั้งนี้ ผู้จัดทำได้สร้างแบบสอบถามเพื่อสำรวจความคิดเห็นจากประชากร จำนวน 304 ราย ซึ่งเป็นลูกค้าที่ครบกำหนดต่ออายุกรมธรรม์ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิตมอบรัก ๑/๑ โดยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเน้นการใช้สถิติพรรณนา (descriptive statistics) จำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ยการรับรู้ (mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation; SD) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณตามลำดับความสำคัญของตัวแปร (Multiple Regression Analysis) ทั้งนี้ผลการศึกษาพบว่า ทัศนคติของลูกค้าต่อเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตอยู่ในระดับที่ดีมากที่สุด และลูกค้าคิดว่าการส่งเสริมให้ลูกค้าธนาคาร (ประชาชน) สามารถเข้าถึงบริการการฝากเงินสงเคราะห์ชีวิตแบบคุ้มครองสินเชื่อเป็นสิ่งที่ดี โดยปัจจัยส่วนผสมทางการตลาด (4P) ที่มีอิทธิพลต่อการเลือกตัดสินใจเลือกต่ออายุกรมธรรม์ฯ มากที่สุด ได้แก่ ปัจจัยด้านช่องทางการจำหน่าย (Place) ด้วยค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยการพยากรณ์เท่ากับ 0.356 ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
      193  1270
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาสาเหตุการไม่จัดทำบัญชีครัวเรือนของลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดตรัง
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)
    กัณหา เรืองจรัส
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสาเหตุการไม่จัดทำบัญชีครัวเรือนของลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดตรัง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) ลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดตรัง จำนวน 26 ครัวเรือน ซึ่งแต่ละครัวเรือนจะถูกแบ่ง ออกเป็น 3 กลุ่ม (3S) ดังนี้ กลุ่ม S1 ได้แก่ เกษตรกรรายย่อยที่มีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท มีหนี้สินที่เป็นภาระหนัก รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 7 ครัวเรือน กลุ่ม S2 ได้แก่ เกษตรกรทั่วไปและทายาทเกษตรกร จำนวน 16 ครัวเรือน และกลุ่ม S3 ได้แก่ กลุ่มสหกรณ์และกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 3 ครัวเรือน ผลการศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกค้าของธนาคารทั้ง 3 กลุ่มไม่จัดทำบัญชีครัวเรือน คือ 1. ลูกค้าส่วนใหญ่มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ จึงทำให้ขาดแรงจูงใจ ขวัญและกำลังใจในการบันทึกบัญชี 2. ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีเวลาในการจัดทำบัญชีครัวเรือน เนื่องจากในแต่วันมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมาก และไม่สามารถจดจำรายละเอียดการใช้จ่ายในการจัดทำบัญชีครัวเรือนได้ 3. เจ้าหน้าที่ของธนาคารไม่มีการติดตามผลการบันทึกบัญชีครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการจัดทำบัญชีครัวเรือนให้เกิดความสม่ำเสมอและเป็นปัจจุบัน อีกทั้งยังขาดประสบการณ์ในการจัดทำบัญชีครัวเรือน นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่ม S2 มีสาเหตุหลัก ลำดับที่ 4 คือ ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ในการจัดทำบัญชีครัวเรือน
      151  1158
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาแนวทางการลดอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ ธ.ก.ส. สาขาสามง่าม
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    สุภาพร ปันโปธา
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่เกษตรกรลูกค้าไม่สามารถส่งชำระต้นเงินและดอกเบี้ยได้ตามกำหนด และเพื่อศึกษาแนวทางเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกรลูกค้า กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสามง่าม จังหวัด พิจิตร จากการสอบถามเกษตรกรลูกค้า จำนวน 286 คน และพนักงาน ธ.ก.ส. จำนวน 10 คน โดยใช้แบบสอบถาม พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. มากที่สุด คือ ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจซบเซา สินค้าอุปโภค บริโภคราคาสูงขึ้น ราคา ผลผลิตตกต่ำ และเกิดภัยธรรมชาติ ปัจจัยด้านตัวผู้กู้ ได้แก่ รายได้ลดลง มีภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น มีหนี้สินนอกระบบหรือมีหนี้สินมากกว่า 1 แห่ง ข้อเสนอแนะของเกษตรกรลูกค้า และพนักงาน ธ.ก.ส. 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1) จัดทำประกันภัยพืชผล 2) จัดหาปัจจัยการผลิตในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และ 3) ประกันราคาผลผลิต สำหรับแนวทางเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกรลูกค้า มีทั้งหมด 2 แนวทาง คือ 1) ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยขยายระยะเวลาชำระหนี้ และกำหนดงวดชำระใหม่ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดและแหล่งที่มาของรายได้ และ 2) รับทายาทเกษตรกรเข้ามาเป็นลูกค้าเพื่อทดแทนลูกค้าเดิมที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยวิธีการรับใช้หนี้หรือเปลี่ยนตัวลูกหนี้
      86  582
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาแนวทางการเพิ่มยอดการรับฝากสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวัฒนานคร
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    สใบทอง พิมพ์ทอง
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาแนวทางการเพิ่มยอดการรับฝากสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวัฒนานคร ผู้ศึกษาจึงได้ทำการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจฝากสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืน และแนวทางในการเพิ่มการรับฝากสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณเป็นการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามกลุ่มลูกค้าที่เคยฝากสลากกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาวัฒนานคร จำนวน 380 คน สัมภาษณ์ลูกค้าที่ไม่เคยฝากสลาก จำนวน 20 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกพนักงานสาขาวัฒนานคร จำนวน 8 คน โดยใช้ทฤษฎีและเครื่องมือได้แก่ แรงจูงใจ ปัจจัยส่วนประสมการตลาด การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ผังก้างปลา และการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ มาใช้เป็นแนวทางในการเก็บข้อมูล นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับฝากสลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนได้แก่ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ยังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า แรงจูงใจของจำนวนรางวัลไม่ดึงดูดใจ การประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง พนักงานขาดทักษะนำเสนอ ขั้นตอนการรับฝากมีความซับซ้อน และลูกค้าไม่สะดวกทำธุรกรรมฝากต่อเนื่องทุกเดือน แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ได้จากการวิเคราะห์ SWOT และผังก้างปลา นำมากำหนดกลยุทธ์โดยใช้เครื่องมือ TOWS Matrix ได้จำนวน 4 กลยุทธ์ โดยกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาคือ การจัดทำการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ เพื่อสร้างการรับรู้ที่มีต่อผลิตภัณฑ์สลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการออมผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และนำเสนอผลการศึกษาต่อธนาคารเพื่อปรับปรุงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้มีจำนวนรางวัลมากขึ้น เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการฝากเงินและออมอย่างต่อเนื่องต่อไป
      98  752
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    กฤชมน เล็บขาว
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาแรงจูงใจ ทัศนคติด้านภาพลักษณ์องค์กรและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 กรณีศึกษาสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจของลูกค้าที่มีผลต่อการใช้บริการผลิตภัณฑ์เงิน ฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 2) เพื่อศึกษาทัศนติด้านภาพลักษณ์ขององค์กรของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดของลูกค้าต่อการใช้ผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพื่อนําไปวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด พัฒนาช่องทางในการส่งเสริมการขายให้กับสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ให้มีการซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 เพิ่มมากขึ้น โดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างลูกค้าผู้ถือผลิตภัณฑ์ จํานวน 400 คน จาก 5 สาขา ในสํานักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-50 ปี ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรส การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ประกอบอาชีพเกษตรกร ในครอบครัวมีจํานวนสมาชิกเพียง 2-3 คน มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท พฤติกรรมการซื้อเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ส่วนมากซื้อวงเงินคุ้มครอง 100,000 บาท โดยจะซื้อเพื่อเป็นเงินทุนหลังการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์จากแหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ได้แก่ ครอบครัว เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ส่วนมากจะซื้อผ่านนายหน้าประกัน/เคาเตอร์ธนาคาร 1) แรงจูงใจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 2) ทัศนคติของลูกค้าที่มีต่อภาพลักษณ์องค์กร ในด้านความน่าเชื่อถือ ด้านความสัมพันธ์ และด้านการบริหาร มีผลต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ณ ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% 3) ทัศนคติด้านส่วนประสมทางการตลาดในด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคา และด้านกระบวนการ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส.ทวีรัก99 ณ ระดับความเชื่อมั่น 95% นั้นหลากหลายด้านซึ่งลําดับตามที่ลูกค้าให้ความสําคัญต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธ.ก.ส. ทวีรัก99 ได้แก่ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านหลักฐานกายภาพบริการ ด้านราคาและด้านกระบวนการตามลําดับ
      140  1189
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การศึกษาและกําหนดส่วนประสมทางการตลาดเพื่อพัฒนาเกษตรกรลูกค้าผู้กู้รายเก่า ให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) กรณีศึกษา ธ.ก.ส. สาขาดอนไชย อําเภอปง จังหวัดพะเยา
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    นัยน์ปพร ศรีนิ่มนวล
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาและกำหนดส่วนประสมทางการตลาดเพื่อพัฒนาเกษตรกรลูกค้าผู้กู้รายเก่าให้เป็น Smart Farmer กรณีศึกษา ธ.ก.ส. สาขาดอนไชย อำเภอปง จังหวัดพะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสาเหตุของเกษตรกรลูกค้าเงินกู้รายเก่าของ ธ.ก.ส. สาขาดอนไชย ที่ไม่พัฒนาตนเองเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง 2. เพื่อกำหนดส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการพัฒนาเกษตรกรลูกค้าเงินกู้รายเก่า ของ ธ.ก.ส. สาขาดอนไชย ให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง กลุ่มเป้าหมายเฉพาะเกษตรกรลูกค้าผู้กู้รายบุคคล ซึ่งเป็นผู้กู้รายเก่าของ ธ.ก.ส. สาขาดอนไชย ที่ยังไม่พัฒนาตนเองให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง โดยลูกค้าที่เป็นเกษตรกรผู้กู้รายบุคคลนั้น จะแบ่งตามพื้นที่ทั้งหมด 6 เขต มีพนักงานพัฒนาธุรกิจ ให้บริการจำนวน 4 คน โดยการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้กู้รายคน จำนวน 200 ราย ในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.งิม ต.ออย และ ต.ผาช้างน้อย ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลช่วง สิงหาคม 2564 – ตุลาคม 2564 และสัมภาษณ์ ผู้นำชุมชน และ ผู้ประกอบการรับซื้อ รวบรวมผลผลิตในพื้นที่รวมไปถึงผู้ประกอบการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร จำนวน 20 ราย โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถพัฒนาไปเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง มีสาเหตุจากลูกค้ายังคงยึดรูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิมไม่มีความรู้ทางตลาดเพียงพอ ไม่มีผู้แนะนำให้ความรู้ซึ่งทำให้ไม่มีการวางแผนในการผลิตที่ดี รวมไปถึงการเข้าถึงทุนในการผลิตค่อนข้างน้อย แรงจูงใจที่สำคัญที่สุดคือ แรงจูงใจด้านเศรษฐกิจ โดยมุ่งไปที่รายจ่ายรวมในครัวเรือน ส่วนแรงจูงใจที่ส่งผลน้อยที่สุดคือ ด้านบุคคล และเมื่อมองในภาพรวมของปัจจัยแรงจูงใจทุกข้อ พบว่าลูกค้ามีแรงจูงใจด้านสังคมจากการเป็นที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงน้อยที่สุด ธนาคารควรใช้แรงจูงใจโดยการเพิ่มทุนให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเข้าไปให้ความรู้ อบรม อย่างต่อเนื่องทั้งด้านการผลิต และการตลาดแก่ลูกค้าร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อพฤติกรรมในการพัฒนาตนเองไปเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง ที่มีความความสำคัญที่สุดสำหรับลูกค้าคือ ส่วนประสมทางการตลาดด้านราคาของผลผลิตประกอบกับด้านการส่งเสริมการตลาด ซึ่งหากมีการส่งเสริมทางการตลาดที่เหมาะสม และทั่วถึง จะสามารถผลักดันให้ เกษตรกรลูกค้าผู้กู้รายเก่ากลายเป็นเกษตรกรปราดเปรื่องได้ง่ายขึ้น ส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลน้อยที่สุดคือ การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และจากผลการสัมภาษณ์ พบว่าหากลูกค้า สามารถพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นเกษตรกรปราดเปรื่องได้ย่อมส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพ ตามความต้องการของผู้รับซื้อยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ลูกค้ามีอำนาจในการต่อรองราคาผลผลิตมากขึ้น อาจมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายขึ้น ธนาคารควรเพิ่มการส่งเสริมการตลาด ด้านการประชาสัมพันธ์ทางช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรปกติทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ รวมถึงผู้ประกอบการอื่นๆ นอกพื้นที่ได้รับรู้ด้วย ก็จะเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกค้าอยากจะพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น แนวทางการสำหรับการพัฒนาเกษตรกรลูกค้าผู้กู้รายเก่าให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง 1. มุ่งเน้นพัฒนาเกษตรกรลูกค้าผู้กู้ที่มีความรู้และความเข้าใจในการเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง ก่อนให้บุคคลเหล่านี้เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพ จนกระทั่งสามารถถ่ายทอด หรือเป็นต้นแบบแก่บุคคลอื่นในชุมชนและควรมีการประชาสัมพันธ์แบบเจาะลึกอย่างต่อเนื่อง 2. วางแผนพัฒนาร่วมกับหน่วยงานอื่น ธนาคารควรวางแผนร่วมกับหน่วยงานอื่นในการพัฒนาเกษตรกร ลูกค้าผู้กู้รายเก่าร่วมกับเกษตรกรกรรายอื่น ๆ ในชุมชน เพื่อร่วมกันหาวิธีการที่บูรณาการ รวดเร็ว ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด และใช้ได้จริงกับสภาพพื้นที่ทำกินของเกษตรกร 3. พัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน ธ.ก.ส. ให้เชี่ยวชาญ และเป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อที่จะสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำลูกค้าได้ตลอดเวลา นอกจากความรู้ด้านสินเชื่อและการเงินแล้ว ควรพัฒนาความรู้ด้านการเกษตร เช่น เทคโนโลยีทางการเกษตร เป็นต้น และ พนักงานควรต้องได้ทดลองและปฏิบัติจริงด้วย
      86  646
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การแก้ไขปัญหาการลดลงของการต่ออายุกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธกส มอบรัก 1/1 ของ ธ.ก.ส. สาขาหนองวัวซอ จ.อุดรธานี
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    ศศิรดา หมอแสน
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสาเหตุการลดลงของการต่ออายุกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธกส มอบรัก 1/1 ของ ธ.ก.ส. สาขาหนองวัวซอ จ.อุดรธานี และหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าที่มีสถานะกรมธรรม์ขาดผลบังคับ ในระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 50 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการลดลงของการต่ออายุกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิต ธกส มอบรัก 1/1 ของ ธ.ก.ส. สาขาหนองวัวซอ จ.อุดรธานี เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยส่วนบุคคล เกิดจากส่วนมากลูกค้าไม่ทราบวันครบกำหนดและค่าเบี้ยประกันที่ต้องชำระ รวมถึงไม่มีเงินเพียงพอชำระค่าเบี้ยประกัน 2) ปัจจัยการบริหารงานภายในองค์กร เกิดจากกระบวนการติดตามการต่ออายุกรมธรรม์ ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ และพนักงานไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจรูปแบบเงื่อนไขและผลประโยชน์ของกรมธรรม์ 3) ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เกิดจากต้นทุนการผลิตสินค้าทางการเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ภาวะเศรษฐกิจทำให้มีค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะเดียวกันได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้บุตรหลานตกงาน ทำให้มีรายได้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวไม่แน่นอน แนวทางสำหรับแก้ไขปัญหาเสนอให้ใช้วิธีการกำหนดสายงานรับผิดชอบและกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีการกำกับติดตามผลการดำเนินงานจากผู้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ
      113  621
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การแก้ไขปัญหาอัตราการกู้สินเชื่อระบบอิสลามลดลง กรณีศึกษาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขายะหา
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    วรชัย เพชรแสงฉาย
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อค้นหาสาเหตุที่ยอดคงเหลือสินเชื่อระบบอิสลาม ธ.ก.ส. สาขายะหา ลดลง โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยในรูปแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน และดำเนินการวิจัย ด้วยวิธีแบบผสมผสาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ลูกค้าเงินกู้ ธ.ก.ส. สาขายะหา โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 ธ.ก.ส. สาขายะหา มีลูกค้าเงินกู้จำนวน 7,873 คน ผู้วิจัยจึงได้กำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างจากสมการของ Taro Yamane (1967) โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่ออธิบายข้อมูลเบื้องต้นและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและทดสอบค่าทีเทส กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ ผู้เคยใช้บริการสินเชื่อระบบแอสลาม จำนวน 6 คน และผู้บริหาร พนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจ่ายสินเชื่ออิสลาม จำนวน 4 คน โดยการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์เนื้อหาข้อมูล จากนั้นใช้แผนผังก้างปลาหาสาเหตุของปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยใช้เครื่องมือการวิเคราะห์องค์กรทั้งปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก และใช้ทาวส์เมตริก ทำการการวิเคราะห์เนื้อหา โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อมูล การวางเค้าโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหา ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 92.75 ส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย ร้อยละ 66.00 มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ร้อยละ 43.25 สถานภาพสมรส ร้อยละ 91.25 ส่วน ใหญ่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 73.50 ส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 80.25 ส่วนใหญ่มีรายได้ 10,001–15,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 71.75 2) พฤติกรรมผู้ใช้บริการ กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่ไม่เคยใช้บริการสินเชื่อระบบอิสลามร้อยละ 75.25 และไม่ทราบว่า ธ.ก.ส. มีสินเชื่อระบบอิสลามให้บริการ ร้อยละ 74.50 มีความถี่ที่ใช้ในการบริการด้านสินเชื่อกับธนาคาร ปีละ 1 ครั้ง 83.75 3) สาเหตุและปัญหาเกิดจากปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านความต้องการผู้บริโภค ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยังไม่ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค ด้านพฤติกรรม ลูกค้ายังขาดการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านพนักงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีปฏิบัติอย่างถ่องแท้ 4) พัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้หลักเกณฑ์ของระบบการเงินอิสลาม เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์และบริการ
      103  795
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สงเคราะห์ชีวิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรณีศึกษาประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ปี 2563
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ชนฐพร ศรีบุญเรือง
    วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สงเคราะห์ชีวิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรณีศึกษาประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2563 โดยมีวิธีวิจัยในรูปแบบของการสำรวจ (Survey Research) ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่แบบสอบถาม (Questionnaire) จำนวน 415 ราย ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บริการสงเคราะห์ชีวิตของ ธ.ก.ส. ได้แก่ ปัจจัยด้านสถานภาพ ปัจจัยด้านระดับการศึกษา ปัจจัยด้านอาชีพ และปัจจัยด้านรายได้เฉลี่ย ส่วนปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บริการสงเคราะห์ชีวิตของ ธ.ก.ส. คือ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้แก่ ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของธนาคารมีความน่าเชื่อถือ และรูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบ และตกแต่งสถานที่มีความสวยงามมากที่สุด
      258  1039
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    เทคโนโลยีการบริหารพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    สิริกร บุญภาย
    ;
    สุวรรณี อัศวกุลชัย
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการเงิน.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะวิศวกรรมศาสตร์.
    งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประยุกต์เทคโนโลยีต่างๆ ในการบริหารจัดการพื้นที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสำนักงานใหญ่ อาคารทาวเวอร์ เพื่อรองรับชีวิตวิถีใหม่ ในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการบริการจัดการพื้นที่ และแสดงผลด้วยภาพ (data visualization) ด้วย Power BI 2. การออกแบบแปลนพื้นที่ใหม่ โดยใช้โปรแกรม AutoCAD และ 3. การเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่ ผลจากการศึกษา 1. ปัจจัยที่มีผลต่อการบริการจัดการพื้นที่ ได้แก่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ค่าไฟฟ้า จำนวนพนักงานในแต่ละส่วนงาน พบว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงก่อนและหลังโควิดไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจากระบบไฟถูกจัดเป็นโซน ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์และลดจำนวนพนักงาน แต่มาทำงานกระจายทุกโซน ทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ลดลง 2. การออกแบบแปลนพื้นที่ใหม่ แบ่งโซนการทำงาน ทำให้ลดพื้นที่ทำงานลง 6 ชั้น และค่าไฟฟ้าลดลงร้อยละ 22.18 และ 3. แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานแบบชีวิตวิถีใหม่ มี 2 แนวทาง ได้แก่ 1. พื้นที่ที่ปิด ไม่นำไปใช้ประโยชน์ แต่ก็ต้องเสียค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.63 และ 2. พื้นที่ที่ปิด ปรับเป็น co-working space ให้เช่า เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเงิน เสียค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 147.64 แต่ได้ค่าเช่า ทั้งนี้แนวทางที่ 2 มีระยะเวลาคืนทุน 2.5 ปี และได้ผลตอบแทนมากกว่าแนวทางที่ 1 กล่าวโดยสรุป การบริหารจัดการพื้นที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่ อาคารทาวเวอร์ เพื่อรองรับชีวิตวิถีใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีทำให้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร การศึกษาขั้นต่อไป คือ การขยายผลการศึกษาไปยังอาคารคอมพิวเตอร์ และอาคารโพเดียม
      89  730
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    แนวทางการเพิ่มจํานวนผู้ใช้บริการชําระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครศรีธรรมราช
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    กัญญาวีร์ ตู้เซ่ง
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัญชีเงินฝาก 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3) เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจใช้บริการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีจำนวนลดลง 4) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 384 ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร นำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแบ่งกลุ่ม จำแนกประเภทตามลักษณะต่าง ๆ นำมาแปลงเป็นค่าร้อยละ (Percentage) และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ (Frequency Table) วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความสำคัญต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อ ซึ่งลักษณะแบบสอบถามจะเป็นการประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) วิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาค่าเฉลี่ย (X̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 ตัวอย่าง โดยนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก มาทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อมูล การวางเค้าโครงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของการ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานของรัฐ มีรายได้ของครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือน 10,000-20,000 บาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคเฉลี่ยต่อเดือน 5,000 บาทขึ้นไป ด้านพฤติกรรมการชำระค่าสาธารณูปโภค ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ชำระผ่าน Mobile Application ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วงเวลาที่ชำระ คือ ช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ค่าสาธารณูปโภคส่วนใหญ่ที่ชำระผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร คือ ค่าไฟฟ้า และเหตุผลที่เลือกชำระผ่านบัญชี เนื่องจากสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจชำระค่าสาธารณูปโภค ผ่านบัญชีเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พบว่า ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ จากการสัมภาษณ์ พบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ลูกค้าไม่ตัดสินใจใช้บริการกับ ธ.ก.ส. คือ ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านกระบวนการบริการ และปัจจัยด้านราคา และได้แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ทำได้โดยส่งเสริมการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด เน้นการแสวงหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สื่อสารข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นต่าง ๆ ผ่านการเลือกใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
      56  677
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดของลูกหนี้ค้างชำระ กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    จุฑารัตน์ กราพงศ์
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อหาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดของลูกหนี้ค้างชำระ กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากปัจจุบันมีแนวโน้มลูกหนี้ค้างชำระเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อธนาคารในระยะสั้นและระยะยาว วัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อหาสาเหตุของปัญหาลูกหนี้ค้างชำระที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น กรณีศึกษา ธ.ก.ส. สาขาบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการใช้บริการด้านสินเชื่อของลูกค้าเงินกู้ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดของลูกหนี้ค้างชำระเพื่อลดและป้องกันการเกิดหนี้ค้างชำระ กลุ่มตัวอย่างคือ ลูกค้าเงินกู้ธนาคารประเภทสินเชื่อเกษตรกร ธ.ก.ส. สาขาบางสะพานน้อย ที่มีหนี้ค้างชำระ จำนวน 213 ราย และทำการสัมภาษณ์ลูกค้าที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด จำนวน 10 ราย รวมถึงสัมภาษณ์พนักงานที่เกี่ยวข้องทางด้านสินเชื่อโดยตรง จำนวน 3 รายคือ ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา หัวหน้าหน่วยอำเภอ และพนักงานพัฒนาธุรกิจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาสาเหตุของปัญหาลูกหนี้ค้างชำระที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น พบว่าสาเหตุที่ส่งผลต่อการค้างชำระหนี้ มาจากปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยภายนอก และปัจจัยจากภายในธนาคาร โดยปัจจัยส่วนบุคคล ที่ส่งผลต่อการค้างชำระหนี้มากที่สุด คือ รายได้ลดลง ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการค้างชำระหนี้มากที่สุด คือ สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัจจัยภายในธนาคารที่ส่งผลต่อการค้างชำระมากที่สุด คือ จำนวนการส่งชำระต่องวดสูงเกินไป และจากผลการสัมภาษณ์ลูกค้าและพนักงานทำให้ได้ข้อมูลว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้ลดลงและสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของลูกค้า พนักงานกำหนดงวดชำระไม่สอดคล้องกับรายได้ของลูกค้า ด้านปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่ส่งผลต่อการใช้บริการสินเชื่อของลูกค้าผู้กู้ ธ.ก.ส. สาขาบางสะพานน้อย พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการสินเชื่อมากที่สุดคือ ลูกค้าให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน พนักงานบริการ รองลงมาคือ ด้านกระบวนการบริการ ด้านองค์ประกอบทางกายภาพ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านราคา ตามลำดับ แนวทางแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดของลูกหนี้ค้างชำระ ธ.ก.ส. สาขาบางสะพานน้อย เลือกใช้ 2 แนวทางเลือก คือแนวทางเลือก กลยุทธ์เชิงรุก เพิ่มความถี่ในการติดตามหนี้ มีการติดตามหนี้อย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนการดำเนินงาน กำหนดเป้าหมายของทีมงาน หัวหน้างานมอบหมายให้พนักงานแต่ละคนรับผิดชอบ มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน และควรมีการสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้ผลการปฏิบัติงานดีขึ้น และแนวทางเลือกกลยุทธ์เชิงแก้ไข มีการจัดอบรมให้ความรู้พนักงาน ด้านกระบวนการให้สินเชื่อ การวิเคราะห์สินเชื่อ และการบริหารจัดการหนี้ ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานมีศักยภาพในการปฏิบัติงานสูงขึ้น เกิดความรู้ความเข้าใจและความชำนาญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อของธนาคาร สามารถวิเคราะห์สินเชื่อได้อย่างมีคุณภาพเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง กำหนดงวดชำระได้ตรงกับที่มาของรายได้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพในการชำระหนี้ของลูกค้า และเมื่อลูกค้ามีปัญหาในการชำระหนี้ พนักงานสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการหนี้ได้ถูกต้องตรงจุด เพื่อลดและป้องกันการเกิดหนี้ค้างชำระ
      959  108
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    แนวทางการเพิ่มปริมาณสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดชลบุรี
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    ศุภางค์ ชำปฏิ
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการสินเชื่อและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการให้สินเชื่อภาคการเกษตร เพื่อเสนอแนวทางเพิ่มปริมาณลูกค้า ที่มาใช้บริการขอสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดชลบุรี โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 388 ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป และข้อมูลการใช้บริการสินเชื่อ นำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา โดยนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาแปลงเป็นค่าร้อยละ และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของตารางแจกแจงความถี่ วิเคราะห์ข้อมูลของระดับความสำคัญต่อปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อ ซึ่งลักษณะแบบสอบถามจะเป็นการประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) วิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหา ค่าเฉลี่ย (x̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 5 ตัวอย่าง ผล การศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายร้อยละ 71.13 มีอายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 36.08 สถานภาพสมรส ร้อยละ 71.13 จบการศึกษาระดับต่ำกว่ามัธยมศึกษา ร้อยละ 42.53 มีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพเกษตรกร 10 ปีขึ้นไป ร้อยละ 39.43 รายได้ต่อเดือน 10,001 - 20,000 บาท ร้อยละ 34.02 ด้านพฤติกรรมการใช้บริการสินเชื่อ ใช้บริการสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร้อยละ 100 วงเงินสินเชื่อรวมอยู่ที่ 200,000 – 500,000 บาท ร้อยละ 36.60 เป็นประเภทวงเงินกู้ระยะสั้น ร้อยละ 79.90 โดยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนกิจการภาค การเกษตร ร้อยละ 88.14 และหลักประกันที่ใช้ค้ำประกัน คืออสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 71.13 ส่วนผลการศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการสินเชื่อสีเขียว ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พบว่า ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านบุคลากร มีค่าเฉลี่ยที่ระดับ 4.44 จากการสัมภาษณ์พบว่า ปัญหาที่สำคัญจากปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด คือ ปัจจัยด้านกระบวนการบริการและปัจจัยด้านบุคลากร และได้เสนอแนวทางการเพิ่มปริมาณสินเชื่อสีเขียว โดยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะความรู้ความสามารถในการปฏิบัติด้านสินเชื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีการให้คุณภาพการบริการที่ดี จะส่งผลให้ธนาคารมีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น
      182  1370
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    แนวทางการแก้ปัญหาการยกเลิกบัตรและการค้างค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาลาดกระบัง
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
    ศุณิษา คณะสุวรรณ์
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการตลาด.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.
    การศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการยกเลิกบัตรและการค้างค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม กรณีศึกษา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาลาดกระบัง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการผลิตภัณฑ์บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 2) ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของ ธ.ก.ส. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ กลุ่มลูกค้าบุคคลธรรมดาที่มีบัญชีเงินฝากและบัญชีเงินกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาลาดกระบัง จำนวน 388 ราย กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้จัดการสาขา ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา และหัวหน้าการเงินประจำสาขา จำนวน 3 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ แบบสอบถามและบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร สถิตที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. ด้านประชากรศาสตร์ ร้อยละ 54.90 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศหญิง อายุตัวเฉลี่ย 20 -30 ปี อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 30,001 – 60,000 บาท เป็นกลุ่มลูกค้าประเภทเงินฝาก ร้อยละ 52.58 และมีการใช้บริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ของธนาคารถึง ร้อยละ 57.22 ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ร้อยละ 42.78 สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องมาจากมีการใช้บริการบัตรของธนาคารอื่นอยู่แล้ว 2. ด้านพฤติกรรมการใช้บริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้บริการบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตประเภทบัตรธรรมดามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 53.75 ความถี่ในการใช้บริการอยู่ที่นาน ๆ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 48.45 ประเภทของธุรกรรมที่ใช้บริการ คือการถอนเงินสด และสอบถามยอดเงินคงเหลือ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 77.10 มีการสมัครใช้บริการ A-Mobile ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่ใช้บริการบัตรอิเล็กทรอนิกส์แล้วในอนาคต ถึงร้อยละ 61.95 เนื่องจากไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้บริการบัตรเล็กทรอนิกส์แล้ว 3. การศึกษาความพึงพอใจต่อส่วนประสมทางการตลาดการบริการภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.57 แต่เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าปัญหาที่ควรนำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจที่ลูกค้าได้รับจากการบริการเพิ่มมากขึ้น คือ ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและด้านกระบวนการ โดยผู้ศึกษาได้สร้างแนวทางการแก้ไขไว้ 2 แนวทาง คือ 1) การนำเสนอแผนการขายที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มยอดใช้บริการผลิตภัณฑ์ของธนาคาร และเพิ่มจำนวนรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคาร 2) เจาะกลุ่มลูกค้าบริเวณใกล้เคียงสาขา เพื่อสร้างโอกาสใน การเพิ่มฐานลูกค้า และสร้างแรงจูงใจในการใช้บริการ ผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ผู้ใช้บริการจะได้รับความพึงพอใจมากขึ้น และการเพิ่มขึ้นของปริมาณลูกค้าผู้ใช้บริการทั้งด้านการเงินและสินเชื่อ
      226  1198
  • «
  • 1 (current)
  • 2
  • »
  • Cookie settings
  • Privacy policy
  • Send Feedback
Central Library, University of the Thai Chamber of Commerce © 2012
Powered by DSpace-CRIS