Browsing by Subject "การแข่งขัน"
Now showing 1 - 9 of 9
Results Per Page
Sort Options
- Publicationกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจน้ำอัดลมกรณีศึกษา บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง กลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจน้ำอัดลม: กรณีศึกษา บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในการลดลงของส่วนแบ่งตลาดของบริษัทฯ เพื่อที่จะทำให้เป๊ปซี่กลับกลายมาเป็นผู้นำตลาดได้เหมือนเดิม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ1. เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นและวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อยอดขายที่ลดลงในผลิตภัณฑ์น้้าอัดลมของ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)3. เพื่อศึกษาและกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในธุรกิจน้ำอัดลม ของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)โดยทำการศึกษาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิโดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารวิชาการ เช่น ศูนย์พยากรเศรษฐกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษาจากหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารระดับปฏิบัติการของบริษัทฯ และลูกค้าของบริษัท จำนวน 10 ท่าน เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย PEST Analysis, การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ของ Michael E. Porter, การวิเคราะห์สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมจากแบบจ้าลองแรงผลักดัน 5 ประการ (Five Fore Model), BCG portfolio model, กรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (McKinsey 7s Framework), การวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค ขององค์กร (SWOT), การสร้างกลยุทธ์โดย Tows Matrix, การจัดการเชิงกลยุทธ์อย่างละเอียด และทฤษฎีกลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) ทั้งนี้เพื่อตอบคำถามวัตถุประสงค์ของการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า กลยุทธ์ระดับองค์กร ที่องค์กรเลือกใช้ คือ กลยุทธ์การเติบโตโดยการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategy Alliance) โดยเจาะลึกไปที่ตัวกลยุทธ์การเติบโตในแนวนอน (Horizontal Growth Strategy) คือการขยายขอบเขตการทำธุรกิจ โดยการเจาะตลาด (Market Penetration) เพื่อพยายามเพิ่มยอดขายจากผลิตภัณฑ์เดิมในตลาดเดิม เช่น เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย เพิ่มจำนวนสาขา โปรแกรมส่งเสริมการขาย การชักจูงผู้ที่ยังไม่เป็นลูกค้าของเรา มาเป็นลูกค้าเรา เป็นต้น และกลยุทธ์ในระดับหน่วยธุรกิจที่เลือกใช้ คือ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy ) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรที่มีตลาดกว้างโดยการสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันรุนแรงเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านต่างๆ ทั้งงานขาย สต๊อค และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า สำหรับกลยุทธ์ในระดับหน้าที่ที่เลือกใช้มีหลายวิธี อาทิ CRM คือ กระบวนการจัดการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าซึ่งไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งได้รับการกล่าวถึงและนำมาใช้ในยุคปัจจุบันนี้ เกือบทุกองค์กรจะนำ CRM เข้ามาใช้โดยอาจอยู่ภายในหนึ่งแผนกหรือมากกว่านั้นซึ่งอาจจะเป็นการเก็บประวัติการให้บริการลูกค้าของแผนกดูแลลูกค้า โดยการบันทึกความคิดเห็นของลูกค้าหรือข้อมูลที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเติม ซึ่งหากนำกลยุทธ์ทั้ง 3 ระดับมาปฏิบัติและมีการติดตามผลแล้วบริษัทฯ มั่นใจว่าปัญหาส่วนแบ่งทางการตลาดที่ลดลงจะต้องหมดไปอย่างแน่นอน บริษัทฯ จะต้องกลับมาเป็นผู้นำตลาดได้แน่นอน693 13096 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และ กลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจบัตรเครดิต กรณีศึกษา บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และ กลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจบัตรเครดิต กรณีศึกษา บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1.) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC 2.) เพื่อศึกษาโอกาสทางธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตทางการตลาดของธุรกิจบัตรเครดิตของ KTC 3.) เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ระดับธุรกิจโดยได้ออกแบบการวิจัยเป็นแบบข้อมูลปฐมภูมิซึ่งแบ่งออกเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยการใช้แบบสอบถามสาหรับกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิต และ การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับบุคลากรของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ ข้อมูลทุติยภูมิการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆจากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งสองมาทำการวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีกระบวน การจัดการเชิงกลยุทธ์ ในการสรุปประมวลผลโดยใช้เครื่องมือทางสถิติต่างๆ (SPSS)ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาจำนวน 200 ตัวอย่างพบว่า กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้บัตรเครดิต KTC มีจานวน 100 ตัวอย่าง และ กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้บัตรเครดิตของผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายอื่นๆ มีจานวน 100 ตัวอย่าง สาหรับผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้บัตรเครดิต KTC ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 60 ช่วงอายุ 31-40ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพ พนักงานบริษัท/ห้างร้านเอกชน รายได้ส่วนตัวเฉลี่ย 20,001-25,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้บัตรเครดิตของผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 58 ช่วงอายุต่ากว่า 30 ปีสถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท/ห้างร้านเอกชน รายได้ส่วนตัวเฉลี่ย 15,001-20,000 บาทต่อเดือนระดับความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆกับการเลือกใช้บัตรเครดิต พบว่า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และบริการ, ปัจจัยด้านสถานที่, ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด, ปัจจัยด้านกระบวนการให้บริการ, ปัจจัยด้านองค์กร และ ปัจจัยด้านพนักงาน ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์มากที่สุดในการเลือกใช้บัตร ในขณะที่ ปัจจัยด้านราคา และ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ไม่มีความสัมพันธ์ในการเลือกใช้บัตรเครดิตผลการศึกษากลยุทธ์ระดับองค์กร คือ กลยุทธ์การรักษาเสถียรภาพ(Stability Strategy) คือ การรักษาตลาด เป็นการรักษาลูกค้าเก่าไว้รักษา กลยุทธ์ระดับธุรกิจ คือ กลยุทธ์การมุ่งที่ความแตกต่าง ( Focused Differentiation ) เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันด้วยการนำเสนอความแตกต่างของบัตรเครดิตให้เหนือกว่าคู่ประกอบการรายอื่นๆ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ มุ่งเน้นการศึกษาด้านกลยุทธ์การตลาด ในการรักษาฐานลูกค้า34 830 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย: กรณีศึกษา บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย: กรณีศึกษา บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์และปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์ 2) เพื่อศึกษาการจัดการเชิงกลยุทธ์และกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดในการแก้ปัญหาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและแนวทางในการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ซึ่งแบ่งออกเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth Interview Qualitative Research) คู่ค้าที่เป็นอู่ในสัญญาและเป็นศูนย์บริการ และการส่งคาถามสัมภาษณ์ให้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัยและการวิจัยเชิงปริมาณโดยการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ที่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจานวน 300 ชุดและ ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการค้นคว้าหาข้อมูลของบริษัทจากรายงานประจาปี ข่าวสาร บทความต่างๆในอินเทอร์เน็ต บทความทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำข้อมูลทุติยภูมิ และข้อมูลปฐมภูมิที่ได้มาประมวลผลร่วมกันโดยใช้แนวทางกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ และการสรุปประมวลผลโดยใช้เครื่องมือทางสถิติต่างๆ (SPSS)จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจานวน 200 คนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า กลุ่มผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัท กรุงเทพประกันภัย มีจานวน 100 คน และกลุ่มผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัทอื่นๆ จำนวน 100 คน สาหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัท กรุงเทพประกันภัย พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 60 สถานภาพ โสด มีอายุประมาณ 26 - 41 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 20,001 - 30,000 บาท มีระดับการศึกษาที่สำเร็จคือ ปริญญาตรีมากที่สุด ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน สาหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัทอื่นๆ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 66 สถานภาพโสด มีอายุประมาณ 26 - 41 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 10,001 - 20,000 บาท มีระดับการศึกษาที่สำเร็จคือ ปริญญาตรีมากที่สุด ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชนระดับความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆกับการเลือกใช้ประกันรถยนต์ พบว่า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และบริการ, ปัจจัยด้านราคา, ปัจจัยด้านสถานที่, ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์มากที่สุดในการเลือกใช้ประกันรถยนต์ เนื่องจากมี ค่า sig. น้อยกว่า .05 ส่วนปัจจัยด้านพนักงาน, ปัจจัยด้านกระบวนการให้บริการ, ความไว้วางใจต่อตราสินค้า และภาพลักษณ์ของตราสินต้า ไม่มีความสัมพันธ์ในการเลือกใช้เลือกใช้ประกันรถยนต์ เนื่องจากมี ค่า sig. มากกว่า .05ผลการศึกษากลยุทธ์ระดับองค์กร คือ กลยุทธ์การเจริญเติบโตแบบมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ (Concentration Growth Strategy) ด้วยการขยายสู่ตลาดใหม่ โดยเน้นการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ของบริษัท การขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างๆให้ครอบคลุม กลยุทธ์ระดับธุรกิจ คือ กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบริการที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional level strategy) คือ ส่วนผสมการตลาดสาหรับธุรกิจบริการ (Service Marketing Mix) และการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship management ; CRM) โดยการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าและบริการ การโฆษณา ส่งเสริมการขาย และมุ่งพัฒนาในส่วนของ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้น มีการติดตามหลังการขายการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ลูกค้าได้ทราบ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด14 1407 - Publicationการจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อเสริมความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อเสริมความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน: กรณีศึกษา โรงพยาบาลวิภาวดีจำกัด (มหาชน)นี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1)เพื่อศึกษาความสามารถในการแข่งขันของโรงพยาบาลวิภาวดีกับคู่แข่งขันหลัก 2)เพือศึกษาปัญหาและอุปสรรคในระดับองค์กร ระดับธุรกิจ และระดับหน่วยธุรกิจ 3)เพื่อกำหนดกลยุทธ์ของธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดของโรงพยาบาลวิภาวดี37 2073 - Publicationการปรับปรุงการปฎิบัติงานเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน กรณีศึกษา บริษัท IPM จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2009)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองฉบับนี้ ได้นำเอาแนวคิดเรื่องลีน มาประยุกต์ใช้ เพื่อปรับปรุงลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร โดยจะเน้นที่ การกำจัดและลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นและซ้าซ้อน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า (Non Value Added Activity) ตามแนวคิดลีน โดยนำกิจกรรมของกระบวนการปฏิบัติงานการรับคำสั่งซื้อ กระบวนการสั่งซื้อและวางแผนการผลิต และกระบวนการส่งสินค้าสำเร็จรูปให้ลูกค้า มาวิเคราะห์และได้เสนอแนะให้ปรับขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เสนอการปรับปรุงเพื่อลดความซ้ำซ้อนของกลุ่มสินค้า ลดงานด้านการสั่งซื้อสินค้า การทดสอบทางเคมี และพื้นที่ในการจัดเก็บวัตถุดิบลง และเพื่อให้ประสิทธิภาพของการจัดการคลังสินค้าดีขึ้น โดยนำเอาวัตถุดิบมาจัดมาตรฐานเป็นกลุ่มต่างๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงานซึ่งถือได้ว่าเป็นความสูญเปล่าขององค์กรลงวัตถุประสงค์ เพื่อนำเอาแนวทางที่ได้ศึกษา มาปรับปรุงให้กระบวนการปฎิบัติงานขององค์กรเกิดมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น50 312 - Publicationการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น = Analysis of Thai export competitiveness to Japan / สาวิตตรี อนุกูลประชา(University of the Thai Chamber of Commerce, 2005)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics11 39 - Publicationการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น [ซีดี-รอม] / สาวิตตรี อนุกูลประชา(University of the Thai Chamber of Commerce, 2005)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics44 12 - Publicationการศึกษาการบริหารงานภายในขององค์กรเพื่อรักษาขีดความสามารถอย่างยั่งยืนสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กรณีศึกษาห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเขาสิบก่อสร้าง จังหวัดสุพรรณบุรี(University of the Thai Chamber of Commerce, 2012)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเขาสิบก่อสร้าง จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นวิสาหกิจขนาดย่อม โดยดำเนินธุรกิจกิจการด้านรับเหมาก่อสร้าง ขุดดิน ทราย ลูกรัง เพื่อจำหน่าย และรับเหมาถมดินหิน ทราย และลูกรัง งานด้านก่อสร้างรวมไปถึงงานด้านโยธา ได้แก่การทำถนลาดยาง ถนนคอนกรีต ปัจจุบันห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเขาสิบก่อสร้างได้ดำเนินธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินงานของทายาทรุ่นที่ 2 เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมเดียวกันในเขตพื้นที่มากขึ้น ในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสาเหตุของปัญหา และแนวทางการแก้ไขปัญหาของธุรกิจและกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน402 58 - Publicationการเพิ่มประสิทธิภาพและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กรณีศึกษาบริษัท ไทยพรอสเพอริตีเทอมินอล จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolเนื่องจากบริษัท ไทยพรอสเพอริตีเทอมินอล จำกัด (TPT) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารท่าเรือ เพื่อการขนถ่ายสินค้านำเข้า–ส่งออกระหว่างประเทศ การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงโดยมีคู่แข่งขันทางการตลาดในเขตพื้นที่เดียวกันถึง 3 บริษัท และปัจจุบันกาลังประสบปัญหาต้นทุนในการดาเนินงานที่สูงขึ้น ซึ่งจากการพยากรณ์ผลการดำเนินงานปี 2010 นี้ ภายใต้เกณฑ์การทำงานเดิม จะมีผลให้บริษัท TPT มีผลการดำเนินงานติดลบ 3.5 ล้านบาท การลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากปัญหาข้างต้น ก่อให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กรณีศึกษา บริษัท ไทยพรอสเพอริตีเทอมินอล จำกัด เพื่อปรับปรุงแผนผังของลานกองตู้คอนเทนเนอร์ และลดต้นทุนในการบริหารการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์การศึกษาในครั้งนี้ ตามกรอบของกระบวนการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) เป็นการศึกษาสภาพแวดล้อมของการทาธุรกิจสมัยใหม่ที่มีผลต่อภาคการผลิตและการปฏิบัติการ ของบริษัท ไทยพรอสเพอริตีเทอมินอล จำกัด หลังจากนั้นจึงทาการศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยเก็บข้อมูลทางสถิติ ทำการออกแบบการทำงานโดยมุ่งเน้นในเรื่องการจัดการระบบการปฏิบัติการจัดการคลังสินค้า การวางแผนการปฏิบัติงานทั้งสองส่วนได้วิเคราะห์และประมวลเข้าด้วยกัน46 597