logo
  • English
  • ไทย
  • Log In
    or
    Have you forgotten your password?
logo
  • Communities & Collections
  • Research Outputs
  • Projects
  • People
  • Organizations
  • Statistics
  • English
  • ไทย
  • Log In
    or
    Have you forgotten your password?
  1. Home
  2. Browse by Subject

Browsing by Subject "การสร้างชื่อตราผลิตภัณฑ์"

Now showing 1 - 6 of 6
Results Per Page
Sort Options
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    7 ทศวรรษ อัตลักษณ์ตราสินค้ารายการข่าวโทรทัศน์ สู่ฉากทัศน์ในทศวรรษหน้า (พ.ศ. 2564 – 2573)
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2023)
    ประวีณมัย บ่ายคล้อย
    ;
    ;
    สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์
    งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฉากทัศน์ของอัตลักษณ์ตราสินค้ารายการข่าวโทรทัศน์ของประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2564 - 2573 โดยเป็นการวิจัยเชิงอนาคต (futures research) ใช้เทคนิคการวิจัยอนาคต EDFR (Ethnographic Delphi Futures Research) จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจำนวน 21 คน ได้แก่ผู้บริหารองค์กรสื่อโทรทัศน์ จำนวน 10 คน ผู้บริหารองค์กรสื่อออนไลน์ จำนวน 3 คน ผู้บริหารองค์กรวิชาชีพสื่อ จำนวน 2 คน และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ จำนวน 6 คน ผลการศึกษาพบว่า ฉากทัศน์ของอัตลักษณ์ตราสินค้ารายการข่าวโทรทัศน์ของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2564 - 2573 มี 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านวิสัยทัศน์ผู้สร้างสรรค์รายการข่าวโทรทัศน์ควรมุ่งนำเสนอข่าวเพื่อตอบสนองกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีเนื้อหาพิเศษที่ผู้ชมต้องเสียค่าใช้จ่ายในการชม 2. ด้านวัฒนธรรม 2.1 องค์กรข่าว ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง กองบรรณาธิการทำงานอย่างคล่องตัว ต้องบูรณาการทุกสื่อรวมกัน โดยผลิตข่าวให้สอดคล้องกับช่องทางการนำเสนอในแต่ละช่องทาง มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้ความสำคัญกับศิลปะในการผลิตข่าวโทรทัศน์มีการสร้างแฟนคลับรายการข่าว 2.2 คนข่าว คนข่าวควรมีทักษะในการสืบค้นข้อมูล มีความสนใจเรื่องเทคโนโลยีมีทักษะการทำงานในหลายแพลตฟอร์ม มีทักษะในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ นำเสนอข่าวด้วยทักษะความเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัล 3. ด้านตำแหน่งทางการตลาด มองกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเฉพาะ สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม 4. ด้านบุคลิกภาพ กำหนดบุคลิกภาพรายการที่สอดคล้องกับบุคลิกของผู้ชม เช่น บุคลิกภาพแบบไม่เป็นทางการ เป็นกันเอง เป็นคนรุ่นใหม่ มีสาระบันเทิง มีนวัตกรรม อธิบายให้เข้าใจง่าย เล่าสนุก เป็นต้น 5. ด้านความสัมพันธ์ ผู้สร้างสรรค์รายการข่าวโทรทัศน์ควรนำเสนอเนื้อหาเชื่อมกับทุกแพลตฟอร์ม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม สร้างการมีส่วนร่วมแบบทันทีทันใด สร้างรูปแบบให้ติดตามข่าวแบบเพลย์ลิสต์ นำข้อมูลของผู้บริโภคในโลกออนไลน์มาใช้ในการสร้างสรรค์รายการข่าว สร้างตราสินค้าคนข่าว สร้างช่องทางให้ประชาชนรายงานข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 6. ด้านวิธีการนำเสนอ กำหนดเนื้อหาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย มีเนื้อหาที่เชื่อมประสบการณ์ผู้ชม มีแขกรับเชิญที่น่าสนใจ การนำเสนอ ใช้รูปแบบการเล่า ใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่มีศิลปะ อธิบาย วิเคราะห์ให้เข้าใจง่าย คำนึงถึงรสนิยมคนดูและมีวิธีการนำเสนอที่ให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับการรายงาน
      155  874
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของสุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปี เพื่อปรับตัวเข้าสู่สังคมวิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล = The strategies of building a brand that adjust to the new normal society in a digital era from the most admired community product entrepreneurs of the year
    (University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2023)
    บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์
    ;
    Buppa Lapawattanaphun
    ;
    คณะนิเทศศาสตร์. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาดดิจิทัล
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของสุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปี (Thailand e-Commerce Genius 2022) และปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key success factors) ที่ทำให้แบรนด์สินค้าชุมชนได้รับรางวัลในฐานะต้นแบบธุรกิจที่สามารถปรับตัว เข้าสู่สังคมวิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) เป็นแนวทางในการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) และการค้นคว้าหลักฐานจากเอกสารต่าง ๆ (Documentary research) สำหรับการนำเสนอผลวิจัยจะเรียงลำดับตามกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ครอบคลุม 5 ขั้นตอนหลัก คือ การระบุกลุ่มเป้าหมาย (Target consumer identification) การออกแบบแบรนด์ (Brand design) การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Brand identity creation) การปฏิบัติการสร้างแบรนด์ (Brand building implementation) และการยกระดับแบรนด์ (Leveraging the brand) ผลวิจัย พบว่า สุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปีทั้ง 10 แบรนด์ สร้างแบรนด์จากสินค้าหมวดอาหารเป็นหลัก รองลงมาคือหมวดไลฟ์สไตล์และหมวดเครื่องดื่ม โดยขั้นตอนที่ 1 การระบุกลุ่มเป้าหมายจะเน้น 2 กลุ่มหลักตามแนวคิด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” แบ่งเป็นตลาดสำหรับธุรกิจ (Business to business: B2B) และตลาดสำหรับผู้บริโภค (Business to customer: B2C) ผ่านการจำหน่ายหน้าร้าน ช่องทางออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ การระบุตัวตนของกลุ่มเป้าหมายยุคดิจิทัลจะมีความแตกต่างจากอดีตบนฐานคิดที่ว่า “กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็กลง แต่โฟกัสได้มากขึ้น” สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ไม่ควรมองข้ามในอนาคต ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตไปตลาดต่างประเทศ กลุ่ม BCG กลุ่ม Gen Y กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มนักท่องเที่ยว ในขั้นตอนที่ 2 การออกแบบแบรนด์ พบว่า วิสัยทัศน์ของแบรนด์ถูกกำหนดตามวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ ส่วนแก่นแท้ของแบรนด์ที่เปรียบเสมือนหัวใจและ จิตวิญญาณซึ่งอยู่กับแบรนด์ตลอดไปจะเน้นการส่งมอบคุณค่าเชิงความรู้สึกหรือแรงบันดาลใจด้านบวกที่มาจากคุณสมบัติโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ การเป็นผู้เชี่ยวชาญ การเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของชุมชน ความพิเศษของวัตถุดิบหลัก รวมถึงการคืนกำไรสู่สังคมและการช่วยเหลือชุมชน ส่วนขั้นตอนที่ 3 การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผลวิจัย พบว่า สุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปีให้ความสำคัญมากกับเรื่องการสื่อสารแบรนด์ออกสู่สาธารณชน เพราะเป็นการตอกย้ำความชัดเจนในตัวตน เชื่อมการรับรู้ เปิดการมองเห็นระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับภาครัฐ แต่ต้องมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้ประกอบการในฐานะผู้ให้กำเนิดแบรนด์ ขั้นตอนที่ 4 การปฏิบัติการสร้างแบรนด์ ระยะเริ่มแรกของการสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จัก นอกจากผู้ประกอบการสินค้าชุมชนจะแนะนำแบรนด์ผ่านการออกบูธตามงานแสดงสินค้า การจำหน่ายสินค้าในศูนย์การค้า การเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐเพื่อให้ได้รับการสนับสนุน ผู้ประกอบการยังสร้างการรับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ตนเองเป็นเจ้าของ อาทิ เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (Line) อินสตาแกรม (Instagram) ติ๊กต๊อก (Tiktok) โดยเฉพาะการสื่อสารผ่าน เฟซบุ๊กเพจที่ทุกแบรนด์ใช้เป็นช่องทางหลัก เนื่องจากสามารถเล่าเรื่องราวหรือคอนเทนต์ได้ครบถ้วน ตอกย้ำความเป็น “สินค้าอัตลักษณ์ชุมชน” ยิ่งไปกว่านั้น สุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปีนิยมสร้างการรับรู้ เพิ่มความเชื่อมั่น และส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่างช้อปปี้ (Shopee) และลาซาดา (Lazada) ซึ่งพบว่าการทำให้ แบรนด์เป็นที่รู้จักมีเทคนิคง่าย ๆ เริ่มจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความตั้งใจ มุ่งสร้างตัวตนให้มีเอกลักษณ์ ผลักดันความโดดเด่นให้ยืนหนึ่งในตลาดเล็กก่อน เมื่อมีความโดดเด่นมากพอจะสามารถดึงพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ได้ สำหรับการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับความรู้สึกของผู้บริโภค พบว่า หากผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะเกิดความไว้วางใจแบรนด์ จนยากถอนตัว แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ การสร้างประสบการณ์ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า การสร้างประสบการณ์ระหว่างการตัดสินใจซื้อสินค้า และการสร้างประสบการณ์หลังการตัดสินใจซื้อสินค้าขั้นตอนที่ 5 การยกระดับแบรนด์ ผลวิจัย พบว่า การยกระดับแบรนด์จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการมีแบรนด์สินค้าที่สื่อถึงอัตลักษณ์ชุมชน และนำมาพัฒนาให้มีมาตรฐาน มีนวัตกรรม โดดเด่น สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สามารถตอบโจทย์ธุรกิจและชุมชนในเรื่องการเพิ่มรายได้ การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดยทิศทางการเติบโตของแบรนด์ที่ถูกต้องควรเป็นลำดับขั้น (Step by step) เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการหลงทางและเสียเวลากับการลองผิดลองถูก ไล่เรียงจากขั้นเตรียมความพร้อมถึงขั้นพร้อมแข่งขันทั้งเวทีระดับชาติ และนานาชาติ สำหรับปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key success factors) ที่ทำให้ทั้ง 10 แบรนด์สุดยอดผู้ประกอบการสินค้าชุมชนแห่งปี ได้รับรางวัลในฐานะต้นแบบธุรกิจที่สามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมวิถีชีวิตใหม่ในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 1. ความเข้าใจเอกลักษณ์ของแบรนด์ (Brand identity) หรือ แบรนด์ดีเอ็นเอ (DNA) อย่างถ่องแท้ จนสามารถนำความโดดเด่นสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือคู่แข่งในตลาด ยกระดับความร่วมมือและการสนับสนุนจากชุมชนสู่แบรนด์ยั่งยืน 2. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแบบ “จับลูกค้าให้ถูกกลุ่มและมุ่งถูกคน” ตามแนวคิดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ “Customer centric” 3. การสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ครอบคลุมทั้งการออกแบบเนื้อหาสาร การเลือกใช้แพลตฟอร์มสื่อสาร และวิธีการเล่าเรื่อง
      382  6652
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การจัดการตราสินค้าบุคคลของ ธงไชย แมคอินไตย์ และความผูกพันมั่นคงของแฟนคลับ = Personal brand management of Thongchai McIntyre and Fan Club's loyalty
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2023)
    กริษฐา อึ๊งภากรณ์
    ;
    ;
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์.
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด.
    งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้ศึกษาด้วยวิธีวิทยาผสมผสานระหว่างวิธีวิทยาการวิเคราะห์การสนทนาและวิธีวิทยาการศึกษาเรื่องเล่า มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของ ธงไชย แมคอินไตย์ และ 2) เพื่อศึกษาการพัฒนาด้านความผูกพันมั่นคงของแฟนคลับ ธงไชย แมคอินไตย์ มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ธงไชย แมคอินไตย์ ผู้จัดการส่วนตัว ผู้ร่วมงาน และแฟนคลับ รวมจำนวน 37 คน ผลการวิจัย พบว่า ธงไชย แมคอินไตย์ มีอัตลักษณ์ตราสินค้าบุคคลในฐานะศิลปินนักร้อง ครบสมบูรณ์ 4 ด้าน ซึ่งเป็นไปตามค่านิยมและวัฒนธรรมประเพณีไทย ปรากฏผ่านผลงาน ความสามารถและตัวตน และการสนับสนุนจากบริษัทค่ายเพลงต้นสังกัด ดังนี้ 1) นักร้องที่มีความสมบูรณ์แบบด้วยคุณสมบัติ คุณลักษณะพิเศษ และเป็นต้นแบบที่มีความร่วมสมัยอยู่เสมอ และทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย 2) แสดงภาพสะท้อนองค์กรต้นสังกัดด้วยผลงานคุณภาพ นวัตกรรม ความรับผิดชอบต่อสังคมจนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้าย่อยในกลุ่มผลงานของ ธงไชย แมคอินไตย์ 3) ตัวตนที่สะท้อนความสัมพันธ์ในฐานะ พี่ชาย ด้วยบุคลิกภาพ 7 ด้านคือ ความจริงใจ ความตื่นเต้นเร้าใจ ความสามารถ ความลุ่มลึก ความเข้มแข็ง ความกตัญญู และความโอบอ้อมอารี และ 4) มีน้ำเสียงที่โดดเด่น และสัญลักษณ์เทียบได้กับตัวอักษร B หรือ Bird ภาพนกนางนวล และโทนสีฟ้า-น้ำเงิน ซึ่งนำมาประกอบตราสัญลักษณ์คอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด (BABB BIRD BIRD) มีฉายาบันเทิงคือ ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล และการรักษาชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน การพัฒนาด้านความผูกพันมั่นคงของแฟนคลับ ธงไชย แมคอินไตย์ พบว่า ผู้สร้างความผูกพันมั่นคงที่ยั่งยืน คือ ตัวตนศิลปิน ตัวแทนศิลปิน ผลงาน และเครือข่ายแฟนคลับ โดยมีแฟนคลับ 3 กลุ่ม คือ ผู้ติดตามใกล้ชิดเข้าถึงข้อมูลผ่านผู้จัดการส่วนตัวศิลปิน ผู้ติดตามใกล้ชิดผ่านสื่อต่าง ๆและผู้ติดตามทั่วไป สื่อสารผ่านกิจกรรมและสื่อออนไลน์ของศิลปิน และช่องทางสื่อสารของเครือข่ายแฟนคลับ และมีปัจจัยสร้างความผูกพันมั่นคง ได้แก่ ด้านเหตุผล คือ 1) การสร้างความมั่นใจ ด้วยผลงานคุณภาพ ความเป็นมืออาชีพ การสนับสนุนจากค่ายเพลงต้นสังกัด อิทธิพลจากครอบครัวแฟนคลับ และ 2) การแสดงความซื่อสัตย์และความจริงใจ คือ ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและดูแลผู้อื่นอย่างจริงใจ เปิดเผยข้อมูลความจริงใจ การแสงความเมตตากรุณา และปราศจากชื่อเสียงเชิงลบ ด้านอารมณ์ คือ 1) การสร้างความภูมิใจ จากชื่อเสียงและความนิยมที่สั่งสมยาวนาน การประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี เป็นต้นแบบ และ 2) การสร้างความหลงใหล ด้วยการปฏิบัติต่อผู้อื่นเสมือนคนในครอบครัว มอบความพิเศษเฉพาะบุคคล สร้างคุณค่าแห่งการรอคอย และมีความเสมอต้นเสมอปลาย
      336  924
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ชลธิชา รอดกันภัย
    การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบลูกผสม ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและกระบวนการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย และ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ คนข่าวและแหล่งข่าวจำนวน 11 คน ใช้เครื่องมือการวิจัยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบสอบถามออนไลน์สำรวจความคิดเห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับและการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทยกับกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม คือผู้รับสาร จำนวน 586 คน คนข่าว จำนวน 417 คน และนักวิชาการ จำนวน 261 คน รวม 1,264 คน ให้ตอบคำถามสำหรับ 33 ตัวแปร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบ (Factor analysis) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและกระบวนการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทยมีทั้งหมด 5 กลุ่มองค์ประกอบปัจจัย คือ 1) ความเป็นมืออาชีพในการรายงานข่าวที่เชื่อถือได้ 2) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 3) ความรับผิดชอบต่อสังคม 4) การมีหลักธรรมาภิบาล และ 5) การมีศักยภาพในการรายงานข่าว กระบวนการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย มี 6 ขั้นตอน คือ 1) การสำรวจตนเอง 2) การวิเคราะห์กลุ่มผู้รับสารเป้าหมาย 3) การสร้าง 4) การสื่อสาร 5) การประเมินผล และ 6) การบำรุงรักษาตราสินค้าบุคคล รูปแบบการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย หรือ รูปแบบ “STaBEM Key of Journalist Personal Brand Model รูปแบบกระบวนการสร้างตราสินค้าบุคคลของคนข่าว” ประกอบด้วย 1) Passion Personality สร้างเสน่ห์บุคลิกภาพ 2) People Fandom ข้อมูลเติบสานจากเครือข่าย 3) Practical Integrity ธรรมาภิบาล 4) Professional Leadership มืออาชีพระดับผู้นำ และ 5) Potential & Experience พัฒนาศักยภาพและประสบการณ์ ส่วนกระบวนการจัดการตราสินค้าบุคคลของคนข่าวในประเทศไทย มี 6 ขั้นตอน คือ 1) การสำรวจตนเอง 2) การวิเคราะห์กลุ่มผู้รับสารเป้าหมาย 3) การสร้าง 4) การสื่อสาร 5) การประเมินผล และ 6) การบำรุงรักษาตราสินค้าบุคคล
      149  1051
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างคุณค่าตราองค์กรของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์
    (University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)
    ธิติพัทธ์ ลิ้มสัมฤทธิ์นิภา
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาการดำเนินงานภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ (2) เพื่อศึกษาการสื่อสารการดำเนินงานภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ และ (3) เพื่อพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างคุณค่าตราองค์กรของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 68 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถาบัน อาจารย์บุคลากร นิสิตนักศึกษา และกลุ่มผู้นำชุมชนและองค์กรภาคี ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสัมภาษณ์กลุ่ม การสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม และการอภิปรายกลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสร้างคุณค่าตราองค์กรของสถาบันอุดมศึกษา คือ (1) การกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรที่สอดคล้องกับปรัชญาของสถาบันและแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์จนนำไปสู่การปฏิบัติ (2) การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ คือการบูรณาการภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมเป็นหลักด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อหวังให้เกิดผลกระทบที่ดีต่อสังคม การสื่อสารการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสร้างคุณค่าตราองค์กรของสถาบันอุดมศึกษาด้วยมุมมองของผู้ส่งสาร (Sender’s Aspect) คือ สถาบันอุดมศึกษามุ่งสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความรู้เกี่ยวกับตราองค์กรด้วยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างคุณค่าตราองค์กรของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ คือ การสื่อสารชุดความหมาย (Set of Meaning) ของการดำเนินงานภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาตามแนวคิดพันธกิจสัมพันธ์ด้วยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด อันได้แก่ การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การใช้พนักงานขาย การส่งเสริมการขาย และการตลาดทางตรง และกลยุทธ์การสร้างสรรค์สารตามวัตถุประสงค์ 3 ประการดังนี้ คือ 1) การรับรู้ 2) การโน้มน้าว และ 3) การตระหนักรู้ รวมถึงการใช้กลยุทธ์สื่อออนไลน์และออฟไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสถาบันอุดมศึกษา
      146  1104
  • Loading...
    Thumbnail Image
    Publication
    การออกแบบการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนตามความคาดหวังของผู้บริโภค เพื่อสร้างการสนับสนุนตราสินค้าองค์กรชั้นนำในประเทศไทย = Designing sustainability communication based on consumer expectations to build brand advocacy for Thailand's top corporate brands /
    (University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC), 2025)
    ธัญญา เทอเนอร์
    ;
    สุทธนิภา ศรีไสย์
    ;
    คณะนิเทศศาสตร์
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะนิเทศศาสตร์
    ;
    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความคาดหวังของผู้บริโภคต่อการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนเพื่อสร้างการสนับสนุนตราสินค้าองค์กรชั้นนำในประเทศไทย (2) เพื่อเปรียบเทียบความคาดหวังต่อการสื่อสารความยั่งยืนของตราสินค้าองค์กรชั้นนำในประเทศไทยของผู้บริโภคจำแนกตามเจเนอเรชัน และ (3) ออกแบบการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนเพื่อสร้างการสนับสนุนตราสินค้าองค์กรชั้นนำในประเทศไทยตามความคาดหวังของผู้บริโภค ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods Research) โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้บริโภค จำนวน 16 คน การวิจัยเชิงปริมาณด้วยการสำรวจ (Survey Research) จากแบบสอบถามออนไลน์กับผู้บริโภคอายุ 18-70 ปี จำนวน 702 คน จากนั้นจึงใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คน ประกอบ ด้วยนักวิชาการ นักวิชาชีพสื่อสารองค์กรหรือนักสื่อสารตราสินค้า และสื่อมวลชน ผลการวิจัยพบว่า (1) ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึก ความเรียบง่าย ความใกล้ชิด ความจริงใจที่เชื่อมโยงกับคุณค่าทางวัฒนธรรมจิตสำนึกต่อสังคมมากกว่าภาพลักษณ์ที่นำไปสู่การสนับสนุนตราสินค้าฯ (2) ผู้บริโภคที่มีเจเนอเรชันต่างกัน มีความคาดหวังต่อการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนด้านผู้ส่งสาร ด้านสาร ด้านช่องทาง และด้านการสนับสนุนแตกต่างกัน ยกเว้น เจเนอเรชัน Z และ Y มีความคาดหวังทุกด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (3) รูปแบบการสื่อสารเกี่ยวกับความยั่งยืนตามความคาดหวังของผู้บริโภคเพื่อสร้างการสนับสนุนตราสินค้าองค์กรชั้นนำในประ เทศไทย พบว่ามีองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้านประกอบด้วย 1)ด้านผู้ส่งสาร ที่จริงใจ มีจุดยืนด้านความยั่งยืนที่มาจากตัวตนของตราสินค้า (Brand DNA) 2) ด้านสาร หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก ย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่ายจับต้องได้ เชื่อมโยงประเด็นกับชีวิตจริงและประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ 3) ด้านช่องทางการสื่อสาร ใช้สื่อและเลือกผู้นำทางความคิดที่แต่ละเจเนอเรชันสนใจ หลีกเลี่ยงการสื่อสารแบบทางเดียว 4) ด้านผู้รับสาร ผู้บริโภคต้องการเป็นผู้มีส่วนร่วมไม่ใช่แค่ผู้รับสาร ต้องให้คุณค่าและบทบาทในการสร้างความยั่งยืน และ 5) ด้านการสนับสนุนตราสินค้าผ่าน 2 มิติหลักคือ ด้านการสนับสนุนทางความรู้สึก และการสนับสนุนทางพฤติกรรม
      66  2346
  • Cookie settings
  • Privacy policy
  • Send Feedback
Central Library, University of the Thai Chamber of Commerce © 2012
Powered by DSpace-CRIS