Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/738
Title: Management Model for Logistics Operations of Thailand's Palm Oil Industry
Authors: Kerdpitak, Chayanan 
Tienthai, Jutha 
Budsaba, Kamon 
Laptaned, Ungul 
Issue Date: 2012
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Chayanan Kerdpitak, Jutha Tienthai, Kamon Budsaba, Ungul Laptaned (2012) Management Model for Logistics Operations of Thailand's Palm Oil Industry. UTCC Engineering Research Papers.
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) โซ่อุปทานและโลจิสติกส์ด้านขาเข้าของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยในปัจจุบัน 2) ผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยในปัจจุบัน 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย ตามกรอบแนวความคิดที่พัฒนามาจากทฤษฎีความได้เปรียบในเชิงการแข็งขันด้านโลจิสติกส์ และผลการศึกษาปัจจุบัน วิธีการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาร่วมกันระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ และ การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งให้ผู้บริหารของโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมันทั้ง 4 กลุ่มโรงงานเป็นผู้ตอบ ใช้วิธีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ตัวแบบสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling--SEM) การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสังเกตการณ์ปฏิบัติงานจริงขององค์กรตลอดทั้งโซ่อุปทานเพื่อศึกษากระบวนการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย โดยการวิเคราะห์สายธารคุณค่า (Value Stream Analysis--VSA) เครื่องมือคือตารางวิเคราะห์กิจกรรม (Process activity Mapping) และสัมภาษณ์ผู้ประกอบการจากโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมันทั้ง 4 กลุ่ม ผลการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ผลจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพบว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกลยุทธ์การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ การประสานความร่วมมือ และการจัดการโลจิสติกส์ สามารถอธิบายความแปรปรวนของผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ได้ ร้อยละ 30.2 (R2 = 0.302) และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์การแข่งขันด้านโลจิสติกส์ และ การประสานความร่วมมือ สามารถอธิบายความแปรปรวนของการจัดการโลจิสติกส์ได้ ร้อยละ 70.6 (R2 = 0.706) ผลการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์พบว่าประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่สูงที่สุดคือต้นทุนการจัดการสินค้าคงคลัง และต้นทุนการขนส่ง ประสิทธิผลด้านคุณภาพและด้านการตอบสนองความต้องการของลูกค้า อยู่ในเกณฑ์สูงเกินกว่าร้อยละ 80 ด้านเวลาอยู่ในเกณฑ์ปกติ มูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม ผลการวิเคราะห์สายธารคุณค่าพบว่า กิจกรรมที่ไม่เกิดคุณค่ามากที่สุดคือการจัดเก็บและกิจกรรมที่จำเป็นแต่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าคือการขนส่งเพราะใช้เวลามากทำให้ เกิดต้นทุนและมีผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องมีการปรับปรุง
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/738
ISSN: 1906-1625
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:EN: Journal Articles

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1951fulltext.pdf3.16 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.