Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/725
Title: การจัดการเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อพัฒนาการรับรู้เวชภัณฑ์ยาในตลาดโรงพยาบาลไทย: กรณีศึกษา กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่ทางออร์โธปิดิกส์ของบริษัท AAA
Authors: กรกช วรรธนเศรณี 
Issue Date: 2010
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: กรกช วรรธนเศรณี (2010) การจัดการเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อพัฒนาการรับรู้เวชภัณฑ์ยาในตลาดโรงพยาบาลไทย: กรณีศึกษา กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่ทางออร์โธปิดิกส์ของบริษัท AAA.
Abstract: การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การจัดการเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อพัฒนาการรับรู้เวชภัณฑ์ยาในตลาดโรงพยาบาลไทย : กรณีศึกษา กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่ทางออร์โธปิดิกส์ของ บริษัท AAA มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาด้านการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ยา(IIa)ของบริษัทฯ และกำหนดกลยุทธ์ในระดับองค์กร,ระดับธุรกิจ และระดับหน้าที่เพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดในการสร้างการรรับรู้ในผลิตภัณฑ์ยา(IIa)ของบริษัทฯ โดยได้ทำการออกแบบวิจัย(Research Design) เป็นแบบบูรณาการวิธีการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) และข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งสองมาทำการวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management Process) ในการสรุปประมวลผลโดยใช้เครื่องมือต่างๆ และสรุปเลือกกลยุทธ์ทั้งสามระดับ คือกลยุทธ์ระดับองค์กร กลยุทธ์ระดับธุรกิจ และกลยุทธ์ระดับหน้าที่ ผลการศึกษาพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ยาต้นแบบบางตัวของบริษัทAAA กำลังจะหมดอายุของสิทธิบัตรยาทำให้บริษัทอื่นๆผลิตลอกเลียนได้ซึ่งส่งผลต่อการเสียส่วนแบ่งในตลาดยาแม้ว่าแนวโน้มของแต่ละปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2005 ยอดขายของบริษัทฯแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการเจริญเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานที่ไม่ต้องติดตามผลเลือดที่เป็นยานวัตกรรมใหม่เพื่อออกมารองรับและพยุงยอดขายจากส่วนแบ่งที่อาจเสียไป ผลการศึกษาพบว่า กลยุทธ์ทั้งสามระดับ คือกลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Level) ใช้กลยุทธ์เติบโต (Growth Strategy) เพื่อให้บริษัท เติบโตมากยิ่งขึ้นและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยาประกอบกับมีการออกผลิตภัณฑ์ยาใหม่ กลยุทธ์ระดับธุรกิจ (Business unit Level) ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง(Differentiation Strategy) ให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง และกลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Level) ด้านการตลาด กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์(Product Strategy) ใช้กลยุทธ์การสร้างตราสินค้า(Branding Strategy) กลยุทธ์ราคา(Price Strategy) ใช้กลยุทธ์การตั้งราคาสูงเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งบริษทสามารถกำหนดราคาเองได้ กลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย(Place Strategy) ใช้กลยุทธ์ผสมทั้งกลยุทธ์ผลักสินค้าและกลยุทธ์ดึงสินค้า กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจร(Integrated Marketing Communication หรือ IMC) ใช้เครื่องมือใรการสื่อสารดังนี้ การโฆษณา(Advertising) การประชาสัมพันธ์(Publicity/Public Relation) กลยุทธ์ทีมงานขาย กลยุทธ์การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า(Customer Relationship Management : CRM) กลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์(E-Marketing) กลยุทธ์การจัดการลูกค้ารายใหญ่(Key Account Management :KAM) การจัดการความรู้(Knowledge Management) สร้างฐานข้อมูลที่สำคัญ การเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์(E-Learning) งานประชุมวิชาการทั้งในและต่างประเทศ การจัดแสดงสินค้า ซึ่งกลยุทธ์ทั้ง 3 ระดับ ที่กำหนดขึ้นนี้จะเป็นการแก้ปัญหาด้านการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ยา(IIa)ของบริษัทฯ และเพิ่มผลประกอบการของบริษัทได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/725
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1937abstract.pdf82.08 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1937fulltext.pdf1.84 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1937summary.pdf166.63 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.