Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/4006
Title: Proposed Strategies for Optimizing Work Performance of Teachers: A Case Study of Wat Nong Thongsai School, Nakhonnayok Educational Service Area Office
Authors: Wongyadang, Phentiwa 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce (UTCC)
University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Phentiwa Wongyadang (2011) Proposed Strategies for Optimizing Work Performance of Teachers: A Case Study of Wat Nong Thongsai School, Nakhonnayok Educational Service Area Office.
Abstract: สภาวะการแข่งขันของสถานศึกษามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หากไม่มีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปย่อมส่งผลกระทบกับสถานศึกษาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวปัญหาจำนวนนักเรียนลดลง เป็นปัญหาที่โรงเรียนวัดหนองทองทรายเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากครูไม่สามารถให้การเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ใช้สื่อ นวัตกรรมในการสอนรวมทั้งผู้ปกครองส่วนใหญ่นิยมที่จะส่งบุตรหลานเข้าไปศึกษาในตัวเมือง เพราะปัจจุบันมีนโยบายทางการศึกษาให้นักเรียนเรียนฟรี 15 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นผู้ปกครองจึงมีทางเลือกทางการศึกษาให้แก่บุตรหลานมากขึ้นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของสถานศึกษา และชื่อเสียงของสถานศึกษา ในระยะสั้นอาจทำให้เงินบำรุงการศึกษาและเงินรายหัวนักเรียนลดน้อยลงได้ นอกจากนี้เมื่อเกิดปัญหาและไม่ได้รับการแก้ไขก็จะส่งผลกระทบต่อนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่นักเรียนจะเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ที่มีความพร้อมทั้งบุคลากรครู และสื่อ นวัตกรรมที่ทันสมัย เกิดการเสียเปรียบในการแข่งขันซึ่งจะเป็นปัญหาต่อโรงเรียนในระยะยาววัตถุประสงค์ในการศึกษาในครั้งนี้ มีดังนี้1. เพื่อศึกษาสาเหตุการลดลงของจำนวนนักเรียน โรงเรียนวัดหนองทองทราย2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันของโรงเรียนวัดหนองทองทราย3. เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มจำนวนนักเรียนของโรงเรียนวัดหนองทองทราย4. เพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนวัดหนองทองทรายจากการศึกษาพบว่า สาเหตุที่ทำให้จานวนนักเรียนลดลง คือ ครูขาดทักษะทางด้านเทคโนโลยี และภาษา คู่แข่งขันที่มีศักยภาพและค่านิยมของผู้ปกครองที่นิยมส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในตัวเมือง ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นสร้างผลกระทบโดยตรงแก่โรงเรียน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างกลยุทธ์เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดของปัญหา และสร้างเกราะป้องกันตนเองจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้ใช้กลยุทธ์การพัฒนาแหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายแหล่งการเรียนรู้ เนื่องจาก ใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่นาน และเป็นการพัฒนาและสร้างแหล่งการเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก และมีความพร้อมในการดำเนินการ
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/4006
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
70abstract.pdf252.86 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
70fulltext.pdf2.91 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
70summary.pdf310.83 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s)

6
checked on Jul 11, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.