Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1368
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorPongsakad, Pramote
dc.contributor.otherUniversity of the Thai Chamber of Commerce. Graduate School
dc.date.accessioned2018-09-13T09:58:10Z-
dc.date.available2018-09-13T09:58:10Z-
dc.date.issued2011
dc.identifier.citationPramote Pongsakad (2011) แรงจูงใจ กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ ในธุรกิจผลิตจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ในเขตกทม.: กรณีศึกษา บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นต์ จำกัด(มหาชน).
dc.identifier.urihttps://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1368-
dc.description.abstractการศึกษาเรื่องแรงจูงใจ กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ ในธุรกิจผลิตจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ในเขต กทม. : กรณีศึกษา บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นต์ จำกัด(มหาชน)วัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อศึกษายืนยันปัญหา/สาเหตุของปัญหา โดยการศึกษาแรงจูงใจของประชาชนในพื้นที่บางแคและบริเวณใกล้เคียง เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นต์ จำกัด(มหาชน)เก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งเป็น 2 แบบ คือข้อมูลปฐมภูมิ ได้จากการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจานวน 100 ชุด เพื่อทำการศึกษาแรงจูงใจของประชาชนในพื้นที่บางแคและบริเวณใกล้เคียง และข้อมูลทุติยภูมิ จากการค้นหาจากเอกสาร วารสาร งานวิจัย แผ่นพับซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้น เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ข้อมูลคู่แข่งขัน โดยกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และกำหนดกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างในการแข่งขันและกำหนดกลยุทธ์ในระดับองค์กร เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ กลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจบริการ (Marketing Strategies for “Service(s)” 7P’s) การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแข่งขัน (Five Force Model) การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค (SWOTAnalysis) การจัดการเชิงกลยุทธ์โดยใช้ TOWS Matrix จากการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย จำนวน 52 ราย คิดเป็นร้อยละ 52 เป็นเพศหญิงจำนวน 48 รายคิดเป็นร้อยละ 48 ช่วงอายุที่มากที่สุด อยู่ระหว่าง 26 – 30 ปี จำนวน 48 รายคิดเป็นร้อยละ 48 ด้านระดับการศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริญญาตรี จำนวน 54 ราย คิดเป็นร้อยละ 54 ด้านอาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ พนักงานเอกชน จำนวน 60 ราย คิดเป็นร้อยละ60 ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ที่ระดับ 10,001 - 20,000 บาท จำนวน 38ราย คิดเป็นร้อยละ 38 ด้านที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่อาศัยในทาวน์เฮ้าส์ 36 คิดเป็นร้อยละ 36 ด้านราคาคอนโดมเนียมที่ต้องการซื้อส่วนใหญ่ต้องการซื้อในระดับราคา 1,000,000-2,000,000 บาทจำนวน 62 คิดเป็นร้อยละ ด้านพื้นที่ที่ต้องการส่วนใหญ่ต้องการขนาด 36-45 ตารางเมตรโดยมีจำนวน 56 รายคิดเป็นร้อยละ 56 ขนาด ด้านอัตราการผ่อนชำระที่ต้องการส่วนใหญ่ต้องการผ่อนชำระ 5,000-6,000 บาท จำนวน 28 ราย คิดเป็นร้อยละ 28 ด้านปัจจัยที่พิจารณาเป็นเห็นผลในการซื้อส่วนใหญ่ซื้อเพราะต้องการเป็นบ้านหลังที่ 2 จำนวน 54 ราย คิดเป็นร้อยละ 54ด้านผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งการคมนาคมที่สะดวกในระดับมากที่สุด จำนวน 58 ราย คิดเป็นร้อยละ 58 ด้านราคาส่วนใหญ่มีระดับความสำคัญในการจัดหาแหล่งสินเชื่อในระดับ มากที่ จำนวน 50 ราย คิดเป็นร้อยละ 50 ด้านการจัดจำหน่ายส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในในการที่สามารถเข้าอยู่ได้ทันทีในระดับ มาก จำนวน 54 ราย คิดเป็นร้อยละ 54 ด้านการบริการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในพนักงานขายมีความรอบรู้ในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ระดับ มาก จำนวน 52 ราย คิดเป็นร้อยละ 52 ด้านสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือด้านระบบรักษาความปลอดภัยมากที่สุด 82 ราย คิดเป็นร้อยละ 82การเป็นชุมชนน่าอยู่ระดับ มากที่สุด 54 ราย คิดเป็นร้อยละ 54 การมีสาธารณูปโภคครบ ระดับมากที่สุด 56 ราย คิดเป็นร้อยละ 56 การมีพื้นที่จอดรถเพียงพอตามจำนวนห้องระดับ มากที่สุด56 ราย คิดเป็นร้อยละ 56 การมีสวนพักผ่อนและสนามเด็กเล่นในระดับ มาก 46 ราย คิดเป็นร้อยละ 46 จากการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องสาเหตุของปัญหาโดยการลงพื้นที่จริงวิเคาระห์ว่าน่าจะมาจากตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ ต้องเข้าไปในซอยประมาณ 400 เมตรทางเข้าอยู่ใกล้กับตลาดบางแคซึ่งการจราจรติดขัดมาก และปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทาให้ต้องปิดช่องจราจรทำให้รถติดมากขึ้นอีก สิ่งนี้จึงน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้ขายช้าผลการศึกษาโอกาสทางการแข่งขันและจุดแข็งขององค์กร เห็นสมควรนำเสนอให้องค์กรใช้ กลยุทธ์การเติบโต(Growth Strategies)เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดโดยการหาตลาดใหม่ตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ เน้นบริการหลังการขายและใช้จุดแข็งขององค์กรเรื่องการบอกต่อในการบริหารงานขาย
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.language.isoen_US
dc.publisherUniversity of the Thai Chamber of Commerce
dc.rightsThis work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
dc.subject.otherMarketing
dc.titleแรงจูงใจ กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์ ในธุรกิจผลิตจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ในเขตกทม.: กรณีศึกษา บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นต์ จำกัด(มหาชน)
dc.typeThesis
dcterms.accessRightspublic
dc.rights.holderUniversity of the Thai Chamber of Commerce
thesis.degree.departmentSchool of Business
thesis.degree.grantorUniversity of the Thai Chamber of Commerce
thesis.degree.levelmasters
utcc.eprintid308
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies
Files in This Item:
File Description SizeFormat 
308abstract.pdf88.13 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
308fulltext.pdf1.58 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
308summary.pdf170.84 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show simple item record Recommend this item

Page view(s) 50

3
checked on Aug 28, 2019

Download(s) 50

1
checked on Aug 28, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.