Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1297
Title: การวางแผนภาษีของ บริษัท โลจิสติกส์ จำกัด
Authors: Patsakol, Chongkol 
Issue Date: 2008
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Chongkol Patsakol (2008) การวางแผนภาษีของ บริษัท โลจิสติกส์ จำกัด.
Abstract: การวางแผนภาษีของบริษัท โลจิสติกส์ จำกัด มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อศึกษากฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ซึ่งประกอบกิจการโลจิสติกส์ และวางแผนการเสียภาษีอากรของบริษัทฯ ให้ถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากรที่กำหนด โดยศึกษาข้อมูลจากบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2550 – 2551 มีวิธีการศึกษาจากข้อมูลปฐมภูมิคือสัมภาษณ์จากผู้ที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลทุติยภูมิศึกษาจากสัญญาของบริษัทฯ ประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง ข้อหารือตลอดจนแนวทางปฏิบัติในทางภาษี จากผลการศึกษาพบว่าบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีรายรับจากการประกอบกิจการสองประเภท คือ กิจการดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ซึ่งธุรกิจการรับจ้างบริหารงานคลังสินค้า และการรับจ้างบริหารงานโลจิสติกส์ เป็นธุรกิจที่อยู่ในระบบภาษีมูลเพิ่ม และธุรกิจการขนส่งสินค้าเป็นธุรกิจที่ไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ภาษีซื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจำนวนนั้นต้องนามาเฉลี่ยภาษีซื้อ เพื่อขอภาษีซื้อคืนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจภาษีมูลค่าเพิ่ม ความผิดดังกล่าวทำให้บริษัทฯ ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ส่งผลกระทบให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นการวางแผนภาษีแต่ละประเภท ดังนี้1.ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ควรทำสัญญารับจ้างบริการให้เกิดความชัดเจน เช่น บริษัทฯ รับจ้างบริหารคลังสินค้า และรับจ้างขนส่งสินค้าด้วยควรทำสัญญาแยกค่าบริการและค่าขนส่งออกเป็นคนละฉบับเพื่อความชัดเจนเพราะการทำสัญญาไม่ชัดเจนอาจถูกตีความเป็นการรับจ้างบริการทั้งจำนวนซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ต้องถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราสูงกว่าที่ควรเป็น2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม การที่บริษัทฯ ประกอบธุรกิจที่อยู่ในระบบภาษีมูลเพิ่ม และธุรกิจที่ไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว ภาษีซื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องนำมาเฉลี่ยภาษีซื้อ แต่เพื่อไม่ให้ธุรกิจมีปัญหาให้แยกทรัพย์สินของกิจการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากกิจการที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม3.อากรแสตมป์ ควรปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 4.ภาษีเงินได้นิติบุคคล ควรใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนดให้เกิดประโยชน์มากที่สุดต่อองค์กร ตามกรณีของบริษัทฯ ได้แก่ ค่าเครื่องแบบพนักงานที่บริษัทฯ ควรแจกปีละไม่เกินสองชุด ค่าเครื่องแบบที่แจกให้พนักงานบริษัทฯ สามารถนำไปเป็นรายจ่ายของกิจการได้ และค่าฝึกอบรมพนักงาน กฎหมายให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไป บริษัทฯ จึงควรส่งพนักงานไปอบรมให้มากๆ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1 เท่า และเป็นการเพิ่มความรู้ให้แก่พนักงานในการปฏิบัติงาน ทำให้องค์กรได้รับประโยชน์
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1297
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2741abstract.pdf75.29 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2741fulltext.pdf914.29 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2741summary.pdf153.92 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.