Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1224
Title: การศึกษาโซ่อุปทานการจัดสร้างตราไปรษณียากร กรณีศึกษาของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
Authors: Khamchan, Sakulrat 
Issue Date: 2012
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Sakulrat Khamchan (2012) การศึกษาโซ่อุปทานการจัดสร้างตราไปรษณียากร กรณีศึกษาของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด.
Abstract: การศึกษาโซ่อุปทานของการจัดสร้างตราไปรษณียากร ผู้ศึกษาต้องการศึกษาเพื่อหาสาเหตุของปัญหาโซ่อุปทานของการจัดสร้างตราไปรษณียากร ซึ่งเกิดอยู่ในขั้นตอนของการจัดสร้างตราไปรษณียากรล่าช้า ส่งผลกระทบต่อระดับความพึงพอใจของลูกค้า ที่ได้รับตราไปรษณียากร ไม่ตรงกับกำหนดวันแรกจำหน่าย การเสียโอกาสในการจำหน่ายซึ่งเป็นตราไปรษณียากรหรือสิ่งสะสมที่เป็นชุดเฉพาะในช่วงงานหรือเทศกาล รวมทั้งมีผลกระทบต่อการผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับตราไปรษณียากร อาทิ กำหนดการออกวารสาร/จุลสารตราไปรษณียากรการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสในการ ต่อยอดธุรกิจหรือการให้บริการลูกค้าจากการศึกษาพบว่าปัจจัยของสาเหตุของปัญหาเกิดจาก 2 ประเด็นหลักๆ คือ(1) เนื่องจากการจัดสร้างตราไปรษณียากรในแต่ละปีมีชุดที่แทรกเพิ่มเติมระหว่างโครงการจัดสร้างฯ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเภทชุดหน่วยงานร้องขอ ที่มีความล่าช้ามากที่สุดคิดเป็น 55% ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหา ต้องพิจารณาคัดเลือกเฉพาะหน่วยงานร้องขอที่เข้าหลักเกณฑ์ตามเงื่อนไขการจัดสร้างตราไปรษณียากร รวมทั้งลดขั้นตอนการจัดซื้อ/จัดจ้าง โดยพิจารณาบริษัทจัดพิมพ์ด้วยการว่าด้วยพิธีพิเศษ โดยการสอบราคากับบริษัทที่ลงทะเบียนเป็นผู้รับจ้างผลิตไว้กับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อีกทั้งการขอความร่วมมือบริษัทผู้รับจ้างผลิตตราไปรษณียากร ก็ทำให้การผลิตเพิ่มความรวดเร็วและนำส่งสินค้าเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมอย่างน้อย3 เดือน ลดระยะเวลาเหลือเพียงภายใน 3 – 4 สัปดาห์และสำหรับหน่วยงานภายในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกับการจัดสร้างตราไปรษณียากร ก็ได้มีการจัดทำ KPIs เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานให้กับพนักงานหรือส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ระดับคะแนน และมีหน่วยที่วัดได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งผลการประเมินจะมีผลต่อการแรงจูงใจและเป็นแรงกระตุ้นให้พนักงานได้รับการตอบแทนในการเลื่อนขั้น หรือเพิ่มเงินเดือน(2) คือการบริหารคลังสินค้า พื้นที่ตั้งคลังสินค้าปัจจุบัน และแผนกจัดส่งสินค้าให้แก่สมาชิกบัญชีเงินฝากเพื่อการสะสม ตราไปรษณียากรอยู่คนละพื้นที่ ซึ่งการขนส่งโดยกิจกรรมการเคลื่อนย้ายมีต้นทุนในการใช้พาหนะในการขนส่ง และฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรียกดูข้อมูลสินค้าคงคลังผ่านระบบ MIS ไม่Real Time ส่งผลให้ ไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง ณ ช่วงเวลานั้นๆ จึงเกิดความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์การขาย และการเติมเต็มสินค้าให้แก่ ปณ.ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาในการบริหารสินค้าคงคลังซึ่งยังคงมีสินค้าคงคลังที่ยังไม่หมุนเวียนเก็บอยู่ในคลังสินค้าหรือ สต๊อกที่ ปณ.ใด ปณ.หนึ่ง เป็นจำนวนมาก อีกทั้งวิธีการปฏิบัติในการเบิกตราไปรษณียากรและสิ่งสะสม ไปใช้งานหรือจำหน่าย ในกรณีเร่งด่วนยังขาดความคล่องตัว และใช้ระยะเวลาการรอคอยซึ่ง ณ ปัจจุบันกลยุทธ์การแข่งขันด้านเวลา การให้บริการด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และต้องมีสินค้าไว้จำหน่ายตอบสนองความต้องการของลูกค้าลูกค้าได้อย่างทันท่วงที เป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น อีกแนวทางในการลดระยะเวลาในห่วงโซ่อุปทาน คือ การพิจารณาย้ายคลังสินค้ามาที่ อาคาร e-Post โดยปัจจัยในการเลือก คือ ใกล้แหล่งจัดส่งสินค้า ลดระยะทางกับระยะเวลารอ (Distance and Lead Time Utility) ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าปีละ 12,000 บาท รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ ได้รับข้อมูล เชิงบูรณาการในฝ่ายเดียวกันเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันท่วงที ทั้งในด้านการบริหารสินค้าคงคลัง และการพยากรณ์การขาย
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1224
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2674abstract.pdf1.88 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2674fulltext.pdf2.3 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2674summary.pdf440.06 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.