Browsing by Subject "กองทุนรวม"
Now showing 1 - 11 of 11
Results Per Page
Sort Options
- Publicationการวิเคราะห์ผลตอบแทนและความเสี่ยงกองทุนรวมตราสารหนี้(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
;Puengyim, KiattipongUniversity of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolจากการศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์ผลตอบแทนและความเสี่ยงกองทุนรวมตราสารหนี้” มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยงและวัดผลการดำเนินงาน ของกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล และจดทะเบียนกองทุนในปี พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541 จำนวน 8 กองทุน การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) ได้แก่ ข้อมูลมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ข้อมูลดัชนีราคาพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Total Return Index : TBDC) และข้อมูลอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยงเป็นรายสัปดาห์ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงานของกองทุน โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 ถึง 30 มิถุนายน 2553 รวม 129 สัปดาห์66 717 - Publicationการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวมประเภทตราสารทุน / สิริชยา ยรรยงดิลก(University of the Thai Chamber of Commerce, 2005)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics22 70 - Publicationการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนในประเทศไทย(University of the Thai Chamber of Commerce, 2008)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยอาศัยข้อมูลทุติยภูมิมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรายสัปดาห์ของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนจำนวน 13 กองทุน และข้อมูลทุติยภูมิราคาปิดรายสัปดาห์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การศึกษาครั้งนี้มีขอบเขตการศึกษาอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยง และความสามารถการบริหารงานของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพด้วยมาตรวัดตามตัวแบบของSharpe, Treynor และ Jensen ทำการศึกษาช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2549 ถึงวันที่31 ธันวาคม พ.ศ.2551จากการศึกษาพบว่า การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพมีค่าสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพให้ค่าความเสี่ยงสูงกว่าค่าความเสี่ยงของตลาดหลักทรัพย์ การวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถการบริหารงานของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพกับตลาดทรัพย์โดยใช้มาตรวัดตามตัวแบบ Sharpe, Treynor และ Jensen พบว่าค่าดัชนีSharpe และ ดัชนี Treynor แสดงให้ทราบว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพมีความสามารถการบริหารกองทุนรวมได้ดีกว่าตลาดหลักทรัพย์ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพให้อัตราผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงได้ดีกว่าอัตราผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงของตลาดหลักทรัพย์ การวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพพบว่า การลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน มีความเสี่ยงสูง อัตราผลตอบแทนก็มักจะสูงตามไปด้วยเช่นกัน สำหรับการศึกษาในครั้งนี้พบว่า กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-ERF) มีความเหมาะสมมากที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ปรารถนาการลงทุนในลักษณะความเสี่ยงสูง และได้รับอัตราผลตอบแทนสูง และกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (BERMF) มีความเหมาะสมสำหรับการลงทุนเช่นกัน กล่าวคือการลงทุนในกองทุนรวมมีลักษณะความเสี่ยงต่ำ แต่สามารถให้อัตราผลตอบแทนสูง94 512 - Publicationการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนในประเทศไทย [ซีดี-รอม] / ทัตธนนันท์ ควรสุภา(University of the Thai Chamber of Commerce, 2008)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics13 285 - Publicationการศึกษาอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยงและผลการดำเนินงานของกองทุนรวม(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนรวม เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อผู้ถือหน่วยลงทุน โดยศึกษาข้อมูลทุติภูมิที่รวบรวมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ เดือนมกราคม พ.ศ. 2550 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2552และทำการเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ และใช้ตัวชี้วัดประเภทเดียวกันคืออัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ระยะเวลา 1 ปี ประเภทบุคคลธรรมดาวงเงิน 1 ล้านบาท ของธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์จากการศึกษาพบว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุนเปิดที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ กองทุนเปิดธนชาติตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (NFRMF) ให้อัตราผลตอบแทนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 0.363822 และในขณะเดียวกันเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน โดยมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับร้อยละ 0.027994 เมื่อนำมาศึกษาถึงความเสี่ยงต่อผลตอบแทนหนึ่งหน่วยด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์การแปรผัน มีค่าความเสี่ยงต่อผลตอบแทนหนึ่งหน่วยสูงสุดและอัตราผลตอบแทนมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับตลาด และมีผลการดำเนินงานในทิศทางเดียวกันกับการให้อัตราผลตอบแทน โดยศึกษาตามมาตรวัดของ Jensen เท่ากับ 2.015590ค่าตามมาตรวัดของ Treynor เท่ากับ 0.019317 และค่าตามมาตรวัดของ Sharpe เท่ากับ6.927289 ดังนั้นจากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่ากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จะมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่ต้องการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน71 437 - Publicationปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ต่อหน่วยของกองทุนรวมหุ้นระยาว (LTF) ที่บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV) ของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด ซึ่งประกอบด้วย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง (FIX) และราคาน้ำมันดิบสิงคโปร์ (OIL) โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด ซึ่งประกอบด้วย กองทุนเปิดธนชาติ Big Cap หุ้นระยะยาว (BigCapLTF) และกองทุนเปิดธนชาติหุ้นระยะยาวปนั ผล (LTFD) โดยได้ทำการศึกษาเป็นรายเดือน ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน 2548 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 รวมทั้ง สิ้นจำนวน 60 เดือน โดยใช้วิธีการศึกษาแบบ Multiple Regression ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Squares: OLS)89 524 - Publicationปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนรวมตราสารทุน กรณีศึกษา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาเรื่องปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนรวมตราสารทุน โดยกลุ่มตัวอย่างที่นำมาศึกษาในครั้งนี้ได้แก่ กองทุนเปิดอยุธยาทุนทวีปันผล กองทุนเปิดอยุธยาอิควิตี้ และกองทุนเปิดอยุธยารักษ์ก้าวหน้า และปัจจัยที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ดัชนีราคาหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง (INT) อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลอนุกรมเวลา ชนิดทุติยภูมิ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลย้อนหลังรายเดือน ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2548 ถึงเดือน มิถุนายน 2553 รวมระยะเวลาทั้งหมด 60 เดือน ด้วยการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงซ้อนโดยวิธีประมาณค่ากำลังสองน้อยที่สุด ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนรวมตราสารทุนทัง้ สามกองทุน ได้แก่ ดัชนีราคาหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 เป็นไปตามสมมติฐาน สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง (INT) มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนเปิดอยุธยาทุนทวีปนั ผล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 แต่ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน และไม่มีผลกับกองทุนเปิดอยุธยาอิควิตี้ และกองทุนเปิดอยุธยารักษ์ก้าวหน้า สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนเปิดอยุธยาอิควิตี้ และกองทุนเปิดอยุธยารักษ์ก้าวหน้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.01 แต่ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน และไม่มีผลกับกองทุนเปิดอยุธยาทุนทวีปนั ผล ส่วนดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII)มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนเปิดอยุธยารักษ์ก้าวหน้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 เป็นไปตามสมมติฐาน แต่ไม่มีผลกับกองทุนเปิดอยุธยาทุนทวีปันผล และกองทุนเปิดอยุธยาอิควิตี้ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนรวมตราสารทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด31 283 - Publicationปัจจัยที่มีผลต่อผลประกอบการของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(University of the Thai Chamber of Commerce, 2011)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolจากการศึกษาเรื่อง"ปัจจัยที่มีผลต่อผลประกอบการของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว"มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวโดยพิจารณาเฉพาะกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนไม่เกิน70%และตราสารหนี้30%โดยต้องมีผลดำเนินงานอยู่ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2550 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2554จำนวน 5 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30(SCB)กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (KBANK)กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นระยะยาวอิควิตี้70 ปันผล(KTAM)กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวอิควิตี้ 70 ปันผล(AYF)กองทุนเปิดซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล ไลฟ์ 70หุ้นระยะยาวปันผล(CIMB)โดยใช้ข้อมูลรายสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2250ถึงเดือนกันยายน 2554 ปัจจัยที่นำมาศึกษา ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบไนแมกซ์ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ดัชนีราคาดาวโจนส์ การวิเคราะห์เป็นการนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการสร้างสมการถดถอยเชิงซ้อน(Multiple Regression)ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด(Ordinary Least Squares) จากการศึกษาพบว่ามีเพียง 3 ตัวแปร คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ดัชนีราคาดาวโจนส์ มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ดัชนีราคาดาวโจนส์ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวทั้ง 5 กองทุน โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯมีผลต่ออัตารผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวทั้ง 5 กองทุน โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางน้ำมันดิบไนแมกซ์และดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ไม่มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ67 380 - Publicationปัจจัยที่มีผลต่ออัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมผสมระหว่างตราสารทุนกับตราสารหนี้ [ซีดี-รอม] / อลงกต คําชั่ง(University of the Thai Chamber of Commerce, 2009)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics33 184 - Publicationปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจและแนวโน้มการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมของผู้ที่มีรายได้ในเขตกรุงเทพมหานคร(University of the Thai Chamber of Commerce, 2019)พันทร ระวังงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะส่วนบุคคลและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อความรู้ความเข้าใจและแนวโน้มการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม เก็บข้อมูลโดยการแจกแบบสอบถามโดยการสุ่มตัวอย่างจากผู้ที่มีเงินได้ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน โดยมีตัวแปรอิสระ (Independent Variable) ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน อาชีพ ประสบการณ์การลงทุนใน LTF และ RMF และมีตัวแปรตาม (Dependent Variable) ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจในการลดหย่อนภาษีของกองทุนรวมเพื่อการออม แนวโน้มการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจในกองทุนรวมเพื่อการออม คือ เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ประสบการณ์การลงทุนใน LTF และ RMF การเลือกลงทุนในตราสารทุน เงินฝาก/สลากออมทรัพย์ สหกรณ์ออมทรัพย์ หุ้น นอกจากนี้ยังพบว่า เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน อาชีพ ประสบการณ์การลงทุนใน LTF และ RMF มีผลต่อแนวโน้มการตัดสินใจลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการออมอย่างมีนัยสำคัญ
91 594 - Publicationปัจจัยที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพของผู้ลงทุนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานคร / ณัฏฐิกานต์ รุ่งฟ้ารังรอง(University of the Thai Chamber of Commerce, 2001)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics20 86