Browsing by Subject "ผู้ประกอบการ"
Now showing 1 - 6 of 6
Results Per Page
Sort Options
- Publicationการศึกษาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่กํากับดูแลผู้เสียภาษีที่มีต่อแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรที่ มก. 6/2546 เรื่อง การกํากับดูแลผู้เสียภาษีโดยใกล้ชิดเป็นรายผู้ประกอบการและให้เป็นปัจจุบัน / วิไล ชูราศรี(University of the Thai Chamber of Commerce, 2004)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics55 63 - Publicationการศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต(University of the Thai Chamber of Commerce, 2020)อุมา ลาภทวีสมบูรณ์การศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต โดยพิจารณาปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตในปี พ.ศ. 2563 โดยมีตัวแปรต้นได้แก่ ปัจจัยความสำเร็จของผู้ประกอบการ โดยแบ่งเป็น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยการผลิต ด้านอุปสงค์ของตลาด ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน ด้านบริบทของการแข่งขัน ด้านกิจกรรมของภาครัฐ และด้านเหตุสุดวิสัย และตัวแปรตามได้แก่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีประชากรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต ในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว และยังประกอบกิจการในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 4,526 ราย และกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ซึ่งจดทะเบียนแล้ว และยังประกอบกิจการในปี พ.ศ. 2563 จำนวน 370 ราย โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม หลังจากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์ผ่านค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ รวมถึงส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการคำนวนการถดถอยเชิงพหุ เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสู่ความส าเร็จของผู้ประกอบการ และความสำเร็จของผู้ประกอบการ นอกจากนั้นยังใช้การพิจารณา ANOVA t-test F-test เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างด้านประชากรศาสตร์ และความสำเร็จของผู้ประกอบการ ด้านผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอางทางอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยปัจจัยด้านอุปสงค์ของตลาด (ท่านพูดคุย และปรึกษากับผู้ที่เชี่ยวชาญทางการตลาด เพื่อหาความต้องการในตลาดอย่างสม่ำเสมอ) ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน (ท่านมีการลดความเสี่ยงจากการร่วมมือผ่านอุตสาหกรรมสนับสนุนที่หลากหลาย และเหมาะสม) ปัจจัยด้านบริบทของการแข่งขัน (ท่านมักวิเคราะห์เปรียบเทียบธุรกิจของคู่แข่งขัน และธุรกิจของท่านเองอยู่เสมอ) ปัจจัยด้านกิจกรรมของภาครัฐ (ท่านนิยมใช้ “กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับกิจกรรมของภาครัฐ” เป็นอีกกลยุทธ์หลักในการดำเนินกลยุทธ์ของธุรกิจ) และปัจจัยด้านเหตุสุดวิสัย (ท่านทบทวน และแก้ไขแผนรับมือกับเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดขึ้นได้กับธุรกิจให้เหมาะสมกับปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ และท่านนิยมศึกษาแนวทางการแก้ไข เหตุสุดวิสัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญ) สอดคล้องกับแนวคิด Diamond Model ของ Michael E. Porter (อ้างถึงใน สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, 2558) ซึ่งระบุไว้ว่า Diamond Model เป็นการพิจารณาและประเมินสภาวการณ์ปัจจุบันของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้าน ที่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ของบริษัท ได้แก่ เงื่อนไขด้านปัจจัยการผลิต (Input Factor Conditions) เงื่อนไขด้านอุปสงค์ (Demand Conditions) บริบทด้านการแข่งขันและกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategy and Rivalry Context) และ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน (Related and Supporting Industries)
398 4397 - Publicationการศึกษาโครงการ K SME Care เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดอบรมให้แก่ผู้ประกอบการของธนาคารกสิกรไทย(University of the Thai Chamber of Commerce, 2010)
; University of the Thai Chamber of Commerce. Graduate Schoolการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเรื่อง “การศึกษาโครงการ K SME Care เพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการจัดอบรมให้แก่ผู้ประกอบการของธนาคารกสิกรไทย” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ดังนี้1. เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการลดน้อยลง2. เพื่อศึกษาแนวทางในการจัดอบรมครั้งต่อไป ของธนาคารกสิกรไทยสาหรับกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ SME เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามโครงการ K SME Careจากการศึกษาผู้ศึกษาได้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่หนึ่ง ผู้ประกอบการSME ที่เคยเข้าร่วมอบรมกับโครงการ K SME Care และกลุ่มที่สอง ผู้ประกอบการSMEทั่วไป ที่ไม่เคยเข้าร่วมอบรมกับโครงการ K SME Care และมีผลประกอบการ 10-400 ล้านบาท / ปี ในจำนวนกลุ่มละ 50 คน ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม โดยใช้วิธีการสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ การแจกแจงค่าความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้การวิเคราะห์โดยการสรุปจากคำตอบที่ผู้ตอบได้ให้ความคิดเห็น แล้วจึงนำคำตอบที่ได้นั้นมาสรุปเป็นประเด็นต่างๆผลจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามของผู้ที่เคยเข้าร่วมอบรมในโครงการ K SME Care ทำให้ทราบถึงปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการSMEลดลง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการSME จะเข้าร่วมโครงการก็ต่อเมื่อหัวข้อในการอบรมตรงกับสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือตรงกับความสนใจของผู้ประกอบการSMEและผลจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามของผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมอบรมในโครงการ K SME Care ทำให้ทราบถึงปัจจัยของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการSME ลดลง คือ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการSME ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ K SME Care มีปัจจัยมาจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึงจึงทำให้ไม่ทราบข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ K SME Care และผู้ประกอบการSME ส่วนใหญ่มีความสนใจในหัวข้อการอบรมด้านต่างๆต่อไปนี้ คือ ด้านการขาย ด้านการตลาด ด้านการเงิน ตามลำดับ77 804 - Publicationความคิดเห็นของผู้ประกอบการในเขตนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ที่มีต่อปัจจัยในการเลือกที่ปรึกษาด้านบัญชี และภาษีอากร / มณสรวง เพชโรทัย(University of the Thai Chamber of Commerce, 2003)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics49 71 - Publicationปัญหาที่พบในการตรวจสอบภาษีตามระบบกํากับดูแลโดยใกล้ชิดเป็นรายผู้ประกอบการ และเป็นปัจจุบัน กรณีศึกษา สํานักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 7 / ศิริกุล จงสมจิตต์(University of the Thai Chamber of Commerce, 2004)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics32 48 - Publicationพฤติกรรมของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไทยต่อการทําพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) = Thai small and medium enterprises (SMEs) behavior on electronic commerce (E-Commerce) / ทศพล ศรีสังข์(University of the Thai Chamber of Commerce, 2009)
; University of the Thai Chamber of Commerce. School of Economics67 251