Browsing by Subject "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร-- การบริหาร"
Now showing 1 - 1 of 1
Results Per Page
Sort Options
- Publicationการศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาสาขาขาดทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาแม่ขรี(University of the Thai Chamber of Commerce, 2021)
;วนิดา อินทรสุข. ; ; ;มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการเงิน.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. คณะบริหารธุรกิจ.การค้นคว้าอิสระครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากปัญหาผลประกอบการขาดทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาแม่ขรี ในปีบัญชี 2563 และมีแนวโน้มการขาดทุนเพิ่มมากขึ้นทุกเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ถึงเดือนมิถุนายน 2564 วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้คือเพื่อหาสาเหตุของปัญหาซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการของสาขาขาดทุน และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดทุนเพื่อทำให้ ธ.ก.ส.สาขาแม่ขรี กลับมามีผลประกอบการที่มีกำไร วิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ จากกลุ่มตัวอย่าง 360 ราย เก็บข้อมูลจากระบบรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารสาขา (BMIS) ย้อนหลัง 3 ปี และเดือนมิถุนายน 2564 ได้แก่ เงินให้สินเชื่อ เงินรับฝาก รายได้ ค่าใช้จ่าย และอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ และข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการอภิปรายกลุ่มย่อยร่วมกับการใช้เครื่องมือผังก้างปลา และการวิเคราะห์ SWOT Analysis และนำมาจับคู่เพื่อสร้างกลยุทธ์ในองค์กรโดยใช้ TOWS Matrix ผลการศึกษาจากการเก็บข้อมูลจากระบบรายงานข้อมูลเพื่อการบริหารสาขา (BMIS) ข้อมูลจากการอภิปรายกลุ่ม และข้อมูลจากแบบสอบถาม พบว่าสาเหตุที่ทำให้ผลประกอบการของ ธ.ก.ส. สาขาแม่ขรี ขาดทุน คือค่าใช้จ่ายในการกันสำรองหนี้สูญที่เพิ่มมากขึ้นจากหนี้ในกลุ่ม NPL ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก รายได้ของสาขาจากรายได้ดอกเบี้ยซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง ปัญหาจากโรคระบาดจากไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงจึงทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ การติดตามหนี้ของพนักงานที่ไม่ทั่วถึงเนื่องจากปริมาณลูกค้าเงินกู้จำนวนมาก มีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของสาขามีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่มีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาใช้บริการกับธนาคาร แนวทางในการแก้ไขปัญหาเลือกใช้วิธีการให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพและวิธีการการบริหารจัดการหนี้ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ กล่าวคือให้มีการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ในการจ่ายสินเชื่อให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติของธนาคารอย่างเคร่งครัด และซักซ้อมพนักงานให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาหนี้ค้างชำระในอนาคต รวมถึงการควบคุมหนี้ที่มีสถานะหนี้ปกติไม่ให้กลายเป็นหนี้ค้างชำระ โดยกำหนดเกณฑ์การรับชำระหนี้ถึงกำหนดในแต่ละไตรมาสให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 98 และให้มีหนี้ค้างชำระได้ไม่เกินร้อยละ 2 เท่านั้นในแต่ละไตรมาส และติดตามหนี้ค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน ให้ได้รับการชำระและกลับมามีสถานะหนี้ปกติโดยเร็วตามแผนการปฏิบัติงานที่กำหนด เพราะหากเกิดหนี้ค้างชำระเกิน 1 เดือน จะทำให้เกณฑ์การสำรองหนี้ของสัญญาที่ค้างชำระนั้นเปลี่ยนไปจาก 1% เป็นสำรองหนี้ 100% ทันที ซี่งส่งผลให้เกิดการขาดทุนเพิ่มมากขึ้น แต่หากสาขาสามารถบริหารจัดการหนี้ให้เป็นปกติได้ตามกำหนดจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้ลดลง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลง ซึ่งทำให้ผลประกอบการของสาขามีแนวโน้มที่ดีขึ้นคือลดการขาดทุน เพิ่มโอกาสในการมีกำไรมากขึ้น111 608