Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/970
Title: Enhancing the Efficiency of Management and Cost Reduction in Container Trailers: A Case Study of ABC Co., Ltd.
Authors: Aungsuwatkakul, Chanon 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Chanon Aungsuwatkakul (2011) Enhancing the Efficiency of Management and Cost Reduction in Container Trailers: A Case Study of ABC Co., Ltd..
Abstract: จากการศึกษาปัญหาและกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ กรณีศึกษา บริษัท ABC จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท โงวฮก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทยที่เป็นเจ้าของสายเรือตู้คอนเทนเนอร์รายแรกในประเทศและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือสายเรือ RCL โดยบริษัท ABC จำกัด เป็นผู้ให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างโรงงานผู้ส่งออกไปยังท่าเรือเพื่อส่งต่อบริการไปยังสายเรือ RCL หรือสายเรืออื่นๆ เพื่อทำการส่งสินค้าของลูกค้าไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป รถพ่วง 2 เพลา ของ บริษัท ABC จำกัด มีการบริหารจัดการโดยบริษัทเองมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึงปี พ.ศ.2551 ได้มีการปิดการให้บริการในส่วนของรถหัวลาก เป็นเวลา 1 ปีเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรและเปิดให้บริการอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2552 และเปลี่ยนมาใช้ระบบการบริหารจัดการโดยการว่าจ้างบริษัท เค เอ ไอ โซลูชัน่ จำกัด เข้ามาบริหารจัดการรถขนส่งจำนวน 30 คัน ของบริษัท ABC โดยนำทีมพนักงานขับรถและทีมพนักงานปฏิบัติการของ เค เอ ไอ เองเข้ามานั่ง ที่ลาน ABC บริษัท เค เอ ไอ โซลูชั่น จำกัด เข้ามาบริหารจัดการเวลาเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็มจนกระทั่ง พ.ศ.2554 ทางบริษัท ABC จำกัด ก็ได้มีนโยบายนำรถของบริษัททัง้ หมดกลับมาบริหารจัดการเอง โดยการจ้างทีมพนักงานขับรถทีมใหม่เข้ามา บริหารจัดการโดยพนักงานปฏิบัติการของบริษัท ABC จำกัด จนมาถึงปจั จุบัน จนพบปญั หาว่าการบริหารจัดการรถขนส่งโดยบุคลากรของบริษัท ABC กำจัด เอง นั้นขาดประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับการ Outsouceบริษัท KAI โดยนำทีมงานและพนักงานขับรถเข้ามาบริหารจัดการรถ ABC ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้รถได้เต็ม Capacity , การควบคุมน้ำมันที่ใช้และระยะทางที่วิ่ง, การควบคุมต้นทุนทุกๆ ด้าน เป็นต้นดังนั้น จึงได้มีการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าของบริษัท เค เอ ไอ โซลูชัน จำกัด และนำมาทำการวิเคราะห์จำแนกปัญหาหลักๆ ได้เป็น 3 ด้าน โดยใช้พาเรโต้ ซึ่งประกอบไปด้วย ด้านต้นทุนการบำรุงรักษาที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์รถบรรทุก ด้านต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นซึ่งสามารถวัดได้จากประสิทธิภาพของอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน และด้านต้นทุนค่าคงที่เฉลี่ยต่อเที่ยวที่สูงขึ้นซึ่งแปรผันตามประสิทธิภาพของอัตราเที่ยววิ่งเฉลี่ยต่อวันของรถแต่ละคัน และได้นำปัญหาทั้ง 3 ด้าน มาทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยใช้ผังแสดงเหตุและผล ทำให้ทราบถึงสาเหตุหลักๆ ในแต่ละด้านว่าเกิดมาจากการขาดแรงจูงใจของพนักงานตั้ง แต่ระดับพนักงานขับรถไปจนถึงระดับผู้วางแผนการจัดเส้นทางรถการศึกษาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและลดต้นทุนทั้ง ด้านต้นทุนการบำรุงรักษา ด้านต้นทุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และด้านต้นทุนคงที่ต่อเที่ยวจากผลการศึกษาพบว่า ด้านต้นทุนการบำรุงรักษาที่นำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน(Preventive Maintenance) และการจูงใจโดยจากจ่ายค่า Incentive แก้พนักงานขับรถเมื่อสามารถประหยัดต้นทุนค่าบำรุงรักษาต่อกโลเมตรได้ต่ำกว่า 2 บาท/กิโลเมตร เข้ามาใช้นั้น สามารถปรับปรุงต้นทุนให้ลดลงจากเดิม 18.8% และคิดเป็นผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินจากการปรับปรุงต่อเดือนจำนวน 47,081 บาท/เดือนด้านต้นทุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำการจำกัดวงเงินใน Fleet Card ตามจำนวนลิตรในแต่ละงานที่ทำการขนส่ง และการจูงใจโดยให้ส่วนต่างที่พนักงานขับรถสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นผลตอบแทนในแต่ละเดือนเข้ามาใช้นั้น สามารถปรับปรุงต้นทุนค่าน้ำมัน้ เชื้อเพลิงให้ลดลงจากเดิม 2.46% และคิดเป็นผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินจากการปรับปรุงต่อเดือน จำนวน 22,228บาท/เดือนด้านต้นทุนคงที่ต่อเที่ยวที่นำการจูงใจโดยจากจ่ายค่า Incentive แก่พนักงานวางแผนจัดรถที่สามารถจัดรอบรถได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.65 เที่ยว/วัน เข้ามาใช้นั้น สามารถปรับปรุงต้นทุนคงที่ต่อเที่ยวให้ลดลงจากเดิม 22.1% และคิดเป็นผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินจากการปรับปรุงต่อเดือนจำนวน 45,910 บาท/เดือน
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/970
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
223abstract.pdf115.57 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
223fulltext.pdf3.16 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
223summary.pdf325.41 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s) 50

9
checked on Jul 11, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.