Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/955
Title: An Approach in Optimizing Operation of the Bureau of Trade and Economic Indices: A Case Study of Business Expectation Index
Authors: Jaruwanno, Emorn 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Emorn Jaruwanno (2011) An Approach in Optimizing Operation of the Bureau of Trade and Economic Indices: A Case Study of Business Expectation Index.
Abstract: สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีภาระกิจสำคัญคือการจัดทำเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจการค้า เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผน และกำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศและดำเนินการทางธุรกิจ ดังนั้น การจัดทำเครื่องชี้วัดดังกล่าวจึงจำเป็นที่จะต้องจัดทำตามความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล และสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้การให้บริการและเผยแพร่ข้อมูลที่จัดทำขึ้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับหน่วยงานอีกด้วยดังนั้น ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้1. เพื่อศึกษาต้นทุนรวมและต้นทุนต่อหน่วยของหน่วยงานและโดยเปรียบเทียบระหว่างการจัดเก็บข้อมูลระหว่างการดำเนินการเองและการจัดจ้างบุคคลภายนอก2. เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับตัวชี้วัด3. เพื่อศึกษา วิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการและนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการจากการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งแหล่งปฐมภูมิและทุติยภูมิโดยการสัมภาษณ์และใช้แบบสอบถาม แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุของปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา สรุปได้ดังนี้1. ต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูล จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านต่าง ๆ เช่น ต้นทุนพบว่าต้นทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สัดส่วนผู้ใช้ข้อมูลดัชนีบางประเภทน้อย มีการจัดทำดัชนีบางประเภทซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาต้นทุนต่อหน่วยและวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนรวมที่สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้าดำเนินการเองกับการจัดจ้างบริษัทผู้รับจ้าง (Outsource)สำหรับผลการวิเคราะห์และเปรียบเทียบ พบว่า ต้นทุนการจัดจ้าง บริษัทผู้รับจ้าง(Outsource) ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลให้มีต้นทุนที่สูงกว่าที่สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้าดำเนินการเอง และสูงกว่าเป็นจำนวน 1,653,674 บาทต่อปี ส่วนผลจากการหาจุดคุ้มทุน สรุปได้ว่า ถ้าหากสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลเอง ซึ่งมีต้นทุนรวมเท่ากับ35,096,450 บาท ข้อมูลจะต้องมีมากกว่า 6,922,388 ตัวอย่าง ถึงจะคุ้มที่ลงทุนลงไปหรือมีกำไรจากการดำเนินการ2. การศึกษาขั้นตอนของกระบวนงานการจัดทำดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจในการดำเนินงานปัจจุบัน 9 ขั้นตอน พบว่าระยะเวลาการดำเนินการใน 9 ขั้นตอน ใช้ระยะเวลาโดยประมาณ 31 วัน เมื่อเพิ่มกระบวนการการปรับปรุงขั้นตอน 2 กระบวนการ โดยการปรับปรุงกระบวนการดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดที่จัดทำขึ้นเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในทั้ง 4 มุมมอง สามารถลดระยะเวลากระบวนการทำงานจาก 31 วันเหลือ 26 วัน โดยระยะเวลาการทำงานลดลงคิดเป็นร้อยละ 30.16 ของระยะเวลาการทำงานเดิม 3. ความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยใช้แบบสอบถามสอบถามความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการข้อมูลของหน่วยงาน จากการวัดความพึงพอใจในการบริการข้อมูลในภาพรวมผู้รับบริการพึงพอใจมากที่สุด คือ เรื่องความสะดวกในการได้รับบริการข้อมูล รองลงมาคือ เรื่องความถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือของข้อมูล เรื่องความรวดเร็วในการเผยแพร่ข้อมูล สำหรับเรื่องที่ไม่พึงพอใจมากที่สุดคือ เรื่องรูปแบบรายงาน รองลงมาคือ เรื่องเนื้อหาสาระของรายงานและเรื่องการติดต่อประสานงาน/ระบบสื่อสาร สำหรับความพึงพอใจของผู้รับบริการดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจ เรื่องที่ผู้รับบริการพึงพอใจมากที่สุด คือ เรื่องความถูกต้อง แม่นยำน่าเชื่อถือของข้อมูล รองลงมาคือ เรื่องความสะดวกในการได้รับบริการข้อมูล และเรื่องความรวดเร็วในการเผยแพร่ข้อมูล ส่วนเรื่องที่ไม่พึงพอใจ คือ เรื่องการติดต่อประสานงาน/ระบบสื่อสาร รองลงมาคือเรื่องรูปแบบรายงาน และเรื่องเนื้อหาสาระของรายงานสำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่พึงพอใจดังกล่าว ผู้ศึกษาได้หาแนวทางการการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขปัญหาความไม่พึงพอใจในการให้บริการข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นและความต้องการ ในเน้นประเด็นเกี่ยวกับเนื้อหาและรูปแบบของรายงาน ที่ผู้ใช้บริการต้องการ ซึ่งผลการสอบถามความคิดเป็น สรุปได้ว่า ผู้ใช้ข้อมูลต้องการรายงานจำนวน 2 หน้า โดย ให้เรียงลาดับที่ 1 เป็นกราฟของประเทศ ส่วนบทวิเคราะห์ต้องการบทวิเคราะห์เป็นรายสาขา ข้อมูลของปัญหาและข้อเสนอแนะผู้ใช้ข้อมูลคิดว่ามีความเพียงพอ ส่วนภาคผนวกผู้ใช้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้อยู่ในรายงาน เมื่อทราบความต้องการของผู้ใช้บริการข้อมูลและได้ออกแบบรูปแบบรายงานตามที่ต้องการ 2 รูปแบบ เพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้ผู้บริหารตัดสินใจนอกจากนี้ผู้ศึกษายังได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการข้อมูลขององค์กร โดยการนำเอาเทคนิคการให้บริการลูกค้าที่เป็นเลิศ รวมถึงแนวทางหรือวิธีและเทคนิคในการควบคุมการบริการลูกค้า มาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/955
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
217abstract.pdf125.86 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
217fulltext.pdf2.08 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
217summary.pdf195.28 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s) 50

9
checked on Jul 11, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.