Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/832
Title: Strategy Development for Optimizing Logistics Service in the Petroleum Business Group of Bangkok Freight Forwarder Co., Ltd.
Authors: Chuenil, Supakit 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Supakit Chuenil (2011) Strategy Development for Optimizing Logistics Service in the Petroleum Business Group of Bangkok Freight Forwarder Co., Ltd..
Abstract: รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาถึงการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านโลจิสติกส์ในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม ของบริษัท บางกอกเฟรทฟอร์เวิดเดอร์ จำกัด เป็นการศึกษาถึงปัญหาในการให้บริการด้านการดำเนินพิธีการศุลกากรสินค้านาเข้า เพื่อต้องการหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในการให้บริการที่แท้จริง และศึกษาถึงปัญหาในกรณีในการดำเนินพิธีการขาเข้าทางอากาศ และทางเรือที่มีความล่าช้า ว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อสามารถทำการปรับปรุงหาแนวทางแก้ไข โดยหาแนวทางการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริการ และความได้เปรียบทางการค้า โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารของบริษัท บางกอกเฟรทฟอร์เวิดเดอร์ จำกัด และจากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประมาณ โดยทาการวิเคราะห์ข้อมูลความถี่ของจำนวนสินค้าขาเข้า และจำนวนปริมาณของรายการในใบขนสินค้า นำมาวิเคราะห์เวลาที่ใช้ในการดำเนินงานเพื่อหาสาเหตุของปัญหา เพื่อใช้กำหนดหาแนวทางแก้ไขในเชิงกลยุทธ์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัญหาจากการดำเนินพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้า มีสาเหตุหลักมาจาก ปัญหาการคีย์ข้อมูล คำแปลของสินค้าในแต่ละรายการ การคีย์ข้อมูลผิดพลาดในใบขนสินค้าขาเข้า จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน และไม่มีระบบรองรับด้านข้อมูลการแปลสินค้า หรือโปรแกรมสนับสนุน ดังนั้นแนวทางแก้ไขปัญหาคือ การที่กำหนดกลยุทธ์โดยการหาจุดคุ้มทุนของการเพิ่มพนักงาน หรือการเพิ่มโปรแกรมที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดต้นทุนในการดำเนินงานจากกรณีตัวอย่างต่างๆ ที่ได้นาเสนอมาผู้วิจัยได้เห็นว่าวิธีการวิเคราะห์การคุ้มทุนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจในการประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ตามมีข้อจำกัดบางประการซึ่งผู้อ่านหรือผู้สนใจต้องระวังและเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ เพื่อที่จะได้ใช้วิธีการวิเคราะห์ดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง โดยการเปรียบเทียบการวิเคราะห์ข้อมูลทั้ง 2 แบบ จากการศึกษาพบว่าการเพิ่มโปรแกรมการสนับสนุนใบขนสินค้าขาเข้าจะช่วยส่งเสริมในบริษัทมีศักยภาพในการบริการที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากจำนวนปริมาณของสินค้านาเข้าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน ประกอบกับความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อลูกค้า ดังนั้นวิธีการเพิ่มระบบโปรแกรมเพื่อสนับสนุนการคีย์ข้อมูลในใบขนสินค้าอาจจะได้ผลที่ดีกว่า รวดเร็วกว่า แม่นยำกว่าเดิม จากเดิมที่สามารถบริการโดยเฉลี่ยเท่ากับ 7.33 ชั่วโมงต่อ 1 ใบขนสินค้าขาเข้า แต่หลังจากเพิ่มการลงทุนโปรแกรมสนับสนุนพิธีการศุลกากรสินค้าขาเข้าทำให้สามารถลดระยะเวลาการทางานพิธีการศุลกากรสินค้าขาเข้าได้โดยเฉลี่ย เท่ากับ 2.74 ชั่วโมงต่อ 1 ใบขน ซึ่งบริษัทสามารถเพิ่มศักยภาพในการบริการ และเพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าไว้กับริษัทในอนาคต
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/832
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
205abstract.pdf109.04 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
205fulltext.pdf1.94 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
205summary.pdf277.71 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.