Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/717
Title: ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสินเชื่อสวัสดิการ ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร สำนักพหลโยธิน
Authors: ณัฐพร เกิดมะลิ 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: ณัฐพร เกิดมะลิ (2011) ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสินเชื่อสวัสดิการ ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร สำนักพหลโยธิน.
Abstract: สินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) เป็นสินเชื่อข้าราชการทหาร หรือลูกจ้างประจำของหน่วยงานราชการ (ไม่รวมลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้าง) ทหารสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารทหารไทย เงื่อนไขการชำระสินเชื่อ ตามข้อตกลงคือ การหักบัญชีเงินเดือน หรือบางหน่วยงานการเงินจะหักเงินเดือนนำส่งธนาคารโดยตรง ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างหน่วยงานทหารกับทางธนาคาร การผิดชำระของลูกค้ากลุ่มนี้น้อยที่สุดในกลุ่มสินเชื่อประเภทไม่มีหลักประกันอื่นการศึกษาค้นคว้าเรื่อง ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสินเชื่อสวัสดิการ ประเภทไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สาหรับข้าราชการทหาร สำนักพหลโยธิน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการใช้บริการ สินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร สำนักพหลโยธิน ก่อนการอนุมัติสินเชื่อฯ และหลังการอนุมัติสินเชื่อฯ เพื่อศึกษาโอกาสทางธุรกิจ และแนวโน้มการเติบโตทางการตลาดของสินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร เพื่อศึกษาความสามารถในการแข่งขันสำหรับสินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร และเพื่อกำหนดแผนการตลาดสำหรับสินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหารได้อย่างเหมาะสมตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารผลการศึกษา พบว่า ลูกค้ายื่นใบสมัครขอใช้บริการสินเชื่อสวัสดิการประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ไม่มีบุคคลค้ำประกัน) สำหรับข้าราชการทหาร สำนักพหลโยธิน น้อยลง เนื่องจากปัจจุบันสภาพการแข่งขันในธุรกิจทางด้านสถาบันการเงิน การธนาคาร มีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันทางด้านสินเชื่อ โดยทุกๆ ธนาคาร ต่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธนาคารตน ให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ได้ทุกกลุ่มทำให้ลูกค้ามีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจากมีทางเลือกหลายทางเลือก โดยลูกค้าสามารถเลือกพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย และการบริการเพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของธนาคาร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น จะพบในเรื่องของความพึงพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการซึ่งถ้าลูกค้าไม่เกิดความพึงพอใจและหันไปใช้บริการสินเชื่อกับธนาคารคู่แข่งขันทำให้ธนาคารต้องสูญเสียลูกค้ารายสำคัญๆ ไป นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางด้านภาพลักษณ์ และภาพพจน์ของธนาคารที่ไม่แข็งแกร่งพอในสายตาของลูกค้า ในเรื่องของการยอมรับ และ ตัดสินใจเลือกใช้บริการเนื่องจากว่าลูกค้ามีสิทธิเลือกธนาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้ทันทีต้องการและรวดเร็ว ดังนั้นทางธนาคารจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่รุนแรง และปรับโครงสร้างกระบวนการทำงานเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้เท่าเทียมคู่แข่งแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงกลยุทธ์ที่เลือกใช้ คือ กลยุทธ์ที่ใช้ความแตกต่าง (Differentiation Strategy) เพื่อมุ่งเน้นความแตกต่างกับคู่แข่งในด้านการให้บริการ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยการสร้างความแตกต่างของการบริการ เช่น ร่วมมือกับพันธมิตร พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้มากขึ้น เพิ่มส่วนประสมสินค้า (Product Mix) ให้มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยทางธนาคารจะจัดทำโปรโมชั่น TOP UP PRODUCT สำหรับลูกค้าเก่าที่มีประวัติการผ่อนชำระปกติ ที่ทำการชำระวงเงินเข้ามาแล้ว 20% โดยนำวงเงินที่ชำระแล้วนั้นมาให้ลูกค้าสามารถกู้เพิ่มได้ตามวงเงินที่ผ่อนชำระแล้ว เพื่อเปิดโอกาสและเพิ่มช่องทางให้กับลูกค้าที่ต้องการกู้เงินเพิ่ม นอกจากนี้ธนาคารจะจัดทำโปรโมชั่น “ใบสมัครคู่” เช่น สมัครสินเชื่อสวัสดิการควบคู่กับการสมัครบัตรเครดิต (สำหรับลูกค้าที่มีฐานเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป) เพื่อเป็นดึงดูดใจลูกค้า และสามารถช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับธนาคารอีกด้วย
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/717
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1927abstract.pdf135.97 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1927fulltext.pdf2.18 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1927summary.pdf145.38 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.