Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/698
Title: การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย: กรณีศึกษา บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)
Authors: ชลันธร พูลปัญญาวงศ์ 
Issue Date: 2010
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: ชลันธร พูลปัญญาวงศ์ (2010) การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย: กรณีศึกษา บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน).
Abstract: การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย: กรณีศึกษา บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์และปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกใช้ประกันภัยรถยนต์ 2) เพื่อศึกษาการจัดการเชิงกลยุทธ์และกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดในการแก้ปัญหาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและแนวทางในการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือ ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ซึ่งแบ่งออกเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (Depth Interview Qualitative Research) คู่ค้าที่เป็นอู่ในสัญญาและเป็นศูนย์บริการ และการส่งคาถามสัมภาษณ์ให้กับบริษัท กรุงเทพประกันภัยและการวิจัยเชิงปริมาณโดยการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ที่มีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจานวน 300 ชุดและ ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) โดยการค้นคว้าหาข้อมูลของบริษัทจากรายงานประจาปี ข่าวสาร บทความต่างๆในอินเทอร์เน็ต บทความทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำข้อมูลทุติยภูมิ และข้อมูลปฐมภูมิที่ได้มาประมวลผลร่วมกันโดยใช้แนวทางกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ และการสรุปประมวลผลโดยใช้เครื่องมือทางสถิติต่างๆ (SPSS)จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจานวน 200 คนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า กลุ่มผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัท กรุงเทพประกันภัย มีจานวน 100 คน และกลุ่มผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัทอื่นๆ จำนวน 100 คน สาหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัท กรุงเทพประกันภัย พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 60 สถานภาพ โสด มีอายุประมาณ 26 - 41 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 20,001 - 30,000 บาท มีระดับการศึกษาที่สำเร็จคือ ปริญญาตรีมากที่สุด ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน สาหรับผู้ที่มีประกันรถยนต์ของบริษัทอื่นๆ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 66 สถานภาพโสด มีอายุประมาณ 26 - 41 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 10,001 - 20,000 บาท มีระดับการศึกษาที่สำเร็จคือ ปริญญาตรีมากที่สุด ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชนระดับความสัมพันธ์ของปัจจัยต่างๆกับการเลือกใช้ประกันรถยนต์ พบว่า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์และบริการ, ปัจจัยด้านราคา, ปัจจัยด้านสถานที่, ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์มากที่สุดในการเลือกใช้ประกันรถยนต์ เนื่องจากมี ค่า sig. น้อยกว่า .05 ส่วนปัจจัยด้านพนักงาน, ปัจจัยด้านกระบวนการให้บริการ, ความไว้วางใจต่อตราสินค้า และภาพลักษณ์ของตราสินต้า ไม่มีความสัมพันธ์ในการเลือกใช้เลือกใช้ประกันรถยนต์ เนื่องจากมี ค่า sig. มากกว่า .05ผลการศึกษากลยุทธ์ระดับองค์กร คือ กลยุทธ์การเจริญเติบโตแบบมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ (Concentration Growth Strategy) ด้วยการขยายสู่ตลาดใหม่ โดยเน้นการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ของบริษัท การขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างๆให้ครอบคลุม กลยุทธ์ระดับธุรกิจ คือ กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบริการที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้ กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional level strategy) คือ ส่วนผสมการตลาดสาหรับธุรกิจบริการ (Service Marketing Mix) และการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship management ; CRM) โดยการสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าและบริการ การโฆษณา ส่งเสริมการขาย และมุ่งพัฒนาในส่วนของ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้น มีการติดตามหลังการขายการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ลูกค้าได้ทราบ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/698
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1904abstract.pdf148.27 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1904fulltext.pdf2.53 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1904summary.pdf165.34 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s) 20

10
checked on Jul 11, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.