Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/688
Title: การจัดการเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจผลิตจำหน่ายเลนส์แว่นตากรณีศึกษา บริษัท ไทยออพติคอลกรุ๊ป จำกัด มหาชน
Authors: กนก อัศภาภรณ์ 
Issue Date: 2010
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: กนก อัศภาภรณ์ (2010) การจัดการเชิงกลยุทธ์และกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจผลิตจำหน่ายเลนส์แว่นตากรณีศึกษา บริษัท ไทยออพติคอลกรุ๊ป จำกัด มหาชน.
Abstract: การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง: การจัดการเชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจผลิตจำหน่ายเลนส์แว่นตา: กรณีศึกษา บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด มหาชนนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อศึกษาถึงสภาพแวดล้อมขององค์กร ในเรื่องของการเข้าไปเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมเลนส์แว่นตา และมีการเพิ่มความหลากหลายและคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น 2.เพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อนามาสร้างกลยุทธ์ในระดับองค์กร ระดับธุรกิจและระดับหน่วยงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัท โดยได้ออกแบบการวิจัยเป็นแบบในการศึกษานี้ ผู้ศึกษาได้ทำการออกแบบการวิจัย (Research Design) เป็นแบบบูรณาการวิธีการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) และข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งสองมาทาการวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎี กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management Process) ในการสรุปประมวลผลโดยใช้เครื่องมือต่างๆ ในการวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อสรุปเลือกกลยุทธ์ทั้งสามระดับ คือ กลยุทธ์ระดับองค์กร กลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ และกลยุทธ์ระดับหน้าที่มีระเบียบวิธีการศึกษาวิจัยค้นว้า คือการเก็บข้อมูลทุติยภูมิ ศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลภายในของบริษัทในด้านต่างๆ เช่น ยอดขาย งบกาไรขาดทุนรายงานการผลิต รวมถึงศึกษาจากทฤษฎี แนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับข้อมูต่างๆ ได้แก่ ทฤษฎี SWOT, 5 Forces, Pest model, Mckinsey 7s Framework การเก็บข้อมูลปฐมภูมิการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) การสัมภาษณ์กลุ่มลูกค้าที่ส่วนเกี่ยวข้องจากการสัมภาษณ์ รวมถึงภาพรวมของบริษัท สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกตลอดจนสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรม และ ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้นสร้างผลกระทบโดยตรง แก่บริษัทดังนั้นบริษัทควรจะต้องมีการสร้างกลยุทธ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขัน ดังนั้นบริษัทจึงสร้างกลยุทธ์ในระดับต่างๆคือ 1.กลยุทธ์ระดับองค์กร คือ กลยุทธ์มุ่งเน้นการเพิ่มยอดขาย ซึ่งกลยุทธ์นี้ มีความสามารถในการที่จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทให้เพิ่มขึ้นได้มาก เพราะจะทำให้บริษัทมีสินค้าตัวใหม่เพิ่มขึ้นมาซึ่งเป็นสินค้าระดับบน ทั้งในรูปแบบของเลนส์พลาสติกแบบหลายชั้นไร้รอยต่อ เลนส์เปลี่ยนสี และเลนส์สั่งฝนพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเลนส์ ซึ่งการทาแบบนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้ที่มากขึ้น รวมไปถึงการติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ของการผลิตเลนส์ซึ่งมีการพัฒนากันอยู่ตลอดเวลา บริษัทจะต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ๆด้วย เพื่อที่จะสามารถผลิตเลนส์เพื่อตอบสนองลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการเสาะแสวงหาตลาดใหม่ๆ เป็นการหาลูกค้าใหม่ๆให้กับบริษัทซึ่งจะทาให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นด้วย 2.กลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ คือ การตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยพิจารณาจากข้อดี ข้อเสียของกลยุทธ์ต่าง และแนวโน้มของตลาดจากข้อมูลรายงานประจาปีของบริษัท และเอกสารต่างๆ จึงเลือกกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) โดยทางบริษัทฯ จะมีทาการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงและสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ รวมไปถึงสถานการณ์ทางการตลาด ก็บ่งบอกถึงว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มีค่านิยมในการถนอมสายตามากขึ้น ความต้องการของลูกค้าก็ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพจึงต้องจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างตำแหน่งการแข่งขันที่แข่งแกร่ง 3.กลยุทธ์ระดับหน้าที่การตลาด คือ Product ใช้กลยุทธ์ Product Differentiation เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้า เป็นการสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองให้มากกว่าคู่แข่งโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองหรือการสร้างแบรนด์ให้เป็นของตัวเอง หรือการสร้างเครื่องหมายการค้าเป็นของตัวเอง Price เน้น High - Price Differentiation เนื่องจากเป็นสินค้าพิเศษทำให้สามารถตังราคาที่สูงได้ นั่นคือ เลนส์มูลค่าเพิ่ม เป็นสินค้าที่สอดคล้องกับตาแหน่งทางการตลาดของบริษัทที่ต้องการที่จะเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ เพราะทางบริษัทจะไม่ใช้นโยบายในการลดราคาเข้าแข่งขัน Place เน้นการทาช่องทางที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น ทาง Website ของบริษัท เพราะทาง Website ของบริษัทนั้นจะเป็นแหล่งข้อมูลของบริษัท และมีการติดต่อประสานงานผ่านทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการฟังความคิดเห็นของลูกค้า เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและการให้บริการ รวมถึงการจัดหาสินค้าตามความต้องการของลูกค้า Promotion ใช้แนวคิดทางด้าน IMC มาช่วยในการส่งเสริมการตลาด โดยเน้นช่องทางการทาการส่งเสริมการตลาดคือ เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ หรือการใช้ Direct Marketing
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/688
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1895abstract.pdf117.55 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1895fulltext.pdf1.14 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1895summary.pdf173.95 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.