Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/676
Title: การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาดในช่วงปี 2546 – 2550
Authors: กิติพงศ์ เกรียงพันธุ์ 
Issue Date: 2008
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: กิติพงศ์ เกรียงพันธุ์ (2008) การศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาดในช่วงปี 2546 – 2550.
Abstract: การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาดในช่วงปี 2546 – 2550วัตถุประสงค์ในการศึกษาเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาด ซึ่งได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ธนาคารพาณิชย์ไทยจำนวน11 แห่ง และใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ที่เป็นประเภทอนุกรมเวลา (Time SeriesData) และเป็นข้อมูลรายเดือนตั้งแต่ปี 2546 – 2550 ซึ่งเก็บรวบรวมจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจะเป็นการสร้างแบบจำลองในรูปของสมการถดถอยเชิงซ้อนหลายตัวแปร (Multiple Linear Regression) เพื่อให้ทราบปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาดซึ่งในการวิเคราะห์จะใช้วิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square Method : OLS)เพื่อประมาณค่าสัมประสิทธิ์ของแบบจำ ลอง รวมทั้งตรวจสอบปัญหาสหสัมพันธ์ของค่าคลาดเคลื่อน (Autocorrelation) จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย(CRT) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดเล็ก (CRS) ได้แก่ ปริมาณเงินฝาก (DEP), ปริมาณเงินกู้ยืม (BO) และปริมาณสินทรัพย์สภาพคล่อง (LIQ) สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดใหญ่ (CRL) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดกลาง (CRM) ได้แก่ ปริมาณเงินฝาก (DEP), ปริมาณเงินกู้ยืม (BO) ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) และปริมาณสินทรัพย์สภาพคล่อง (LIQ) ขณะที่ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (MLR) กับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (FDR) (RATE) ไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงินให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย (CRT)และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยในแต่ละขนาด (CRL,M,S) เนื่องจาก ในบางช่วงของช่วงเวลาที่ศึกษา ธนาคารพาณิชย์ไทย ไม่ได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินแต่อย่างใด โดยส่วนหนึ่งเพราะสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ในระดับสูง จึงทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อดึงเงินเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับทรงตัว จึงทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปริมาณเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศและนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล สำหรับดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI)ไม่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงินให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย(CRT) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดเล็ก (CRS) เนื่องจากในบางช่วงของช่วงเวลาที่ศึกษา ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงจากราคาสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดเล็กมีปริมาณเงินให้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับปริมาณเงินให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจอื่นๆ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/676
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1881abstract.pdf87.19 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1881fulltext.pdf1.08 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1881summary.pdf143.48 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s) 20

10
checked on Jul 11, 2019

Download(s) 20

1
checked on Jul 11, 2019

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.