Please use this identifier to cite or link to this item: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/187
Title: การกำหนดกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก - กรณีศึกษา ร้านสะดวกซื้อ7- Eleven บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน)
Authors: Maiwong, Angkhana
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Angkhana Maiwong (2011) การกำหนดกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก - กรณีศึกษา ร้านสะดวกซื้อ7- Eleven บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน).
Abstract: 
การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่องการกำหนดกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก- กรณีศึกษา ร้านสะดวกซื้อ 7- Eleven บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับองค์กร การกำหนดกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาขององค์กรทั้งระดับองค์กร, ระดับธุรกิจ, กลยุทธ์การตลาดและเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อ 7- Eleven ผลการศึกษาพบว่าในการศึกษาครัง้ นี้ใช้เครื่องมือในการศึกษา 2 ส่วนคือการสัมภาษณ์ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven 10 ท่าน และใช้แบบสอบถามจำนวน 100 ชุด จากการสัมภาษณ์ลูกค้าจำนวน 10 ท่าน พบว่า- ด้านสินค้าและบริการของ 7- Eleven มีความหลากหลายของสินค้า สินค้าครบ สะดวก สบายในการมาใช้บริการ ใกล้บ้าน สาขามีเยอะ เนื่องจากให้บริการ 24 ชั่วโมง- 7- Eleven ควรปรับปรุง เรื่องของสินค้า สินค้าหมด ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางสินค้าก็หมดอายุแล้วยังมาวางจำหน่าย พนักงานบางสาขาไม่ค่อยเต็มใจบริการ บางสาขาก็พูดจาไม่ดีกับลูกค้า และกระบวนการรชำระเงิน ทอนเงินผิดใช้เวลานานในการรอชา ระเงินค่าสินค้า-ประสบการณ์ที่ลูกค้าไม่พึงพอใจเกี่ยวกับสินค้า คือ ราคาของสินค้าแต่ละสาขาของ 7- Eleven ไม่เท่ากัน จึงทำให้ลูกค้าเกิดข้อสงสัยในมาตรฐานราคาของสินค้าใน 7- Eleven เป็นอย่างมากสินค้าบางชนิดหมดอายุ แล้วยังวางจำหน่ายใน 7- Eleven และสินค้าที่ลูกค้าต้องการหมด ไม่มีสินค้า การรอชำระเงิน เนื่องจากเป็นพนักงานใหม่ จึงทำให้ขั้นตอนในการชำระเงินมีความล่าช้ากว่าปกติ และในบางครั้งเกิดการผิดพลาด และช่องชำระเงินเปิดให้บริการไม่ครบทุกช่อง เช่นบางสาขามีช่องชา ระเงินมี 3 ช่องแต่เปิดให้บริการเพียงช่องเดียว ทำให้ลูกค้าคอยนานในส่วนของแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 24-30 ปี ระดับการศึกษาอยู่ที่ปริญญาตรี เป็นนักศึกษา มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 9,001 – 15,000 บาทต่อเดือน ด้านข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจผู้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven พบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่มีความพึงพอใจด้านช่องทางการจัดจำ หน่ายอยู่ในระดับมากที่สุด มีความพึงพอใจด้านผลิตภัณฑ์ ด้านส่งเสริมการตลาด ด้านบุคคลหรือพนักงาน ด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทางกายภาพ และด้านกระบวนการอยู่ในระดับมาก และมีความพึงพอใจในด้านราคา อยู่ในระดับปานกลาง และด้านข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะไปใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อกับเพื่อน ใช้บริการ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์และค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งในการมาใช้บริการ 51-100 บาท
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/187
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat
1050abstract.pdf156.61 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1050fulltext.pdf1.66 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1050summary.pdf288.69 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Page view(s)

22
Last Week
5
Last month
11
checked on Jun 2, 2020

Download(s)

227
checked on Jun 2, 2020

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.