Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/175
Title: การศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ขนาดใหญ่(Modern Trade) กรณีศึกษา: บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ภายหลังการควบรวมกับคาร์ฟูร์ โดยเปรียบ เทียบระหว่างบิ๊กซี เอ็กตร้า(คาร์ฟูร์เดิม) สาขาบางใหญ่ กับบิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์
Authors: Pudjusanon, Chutintorn 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Chutintorn Pudjusanon (2011) การศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า กลยุทธ์การตลาด และการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ขนาดใหญ่(Modern Trade) กรณีศึกษา: บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ภายหลังการควบรวมกับคาร์ฟูร์ โดยเปรียบ เทียบระหว่างบิ๊กซี เอ็กตร้า(คาร์ฟูร์เดิม) สาขาบางใหญ่ กับบิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์.
Abstract: การศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองเรื่อง การศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า กลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลประกอบการของธุรกิจ ค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่(Modern Trade) กรณีศึกษา: บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ภายหลังการรวบรวมกับคาร์ฟูร์ โดยเปรียบเทียบระหว่างบิ๊กซี เอ็กตร้า (คาร์ฟูร์เดิม) สาขาบางใหญ่ กับบิ๊กซีซูปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขารัตนาธิเบศร์ ตามวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษายืนยันปัญหาของบริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในทุกระดับ 2) เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) 3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อส่วนประสมทางการตลาดของผู้มาใช้บริการบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เทียบกับห้างเทสโก้โลตัส 4) เพื่อกำหนดกลยุทธ์การตลาดหรือธุรกิจในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ออกแบบการวิจัยโดยการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเก็บข้อมูลปฐมภูมิโดยวิธีเก็บแบบสอบถามเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 220 ตัวอย่าง และมีการวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ยและการวิเคราะห์ F-Test ได้ผลการศึกษาว่า บริษัทควรทำการดำเนินกลยุทธ์ระดับองค์กร คือ Market Penetration เนื่องจากบริษัทมีความชำนาญในธุรกิจค้าปลีกอยู่แล้ว จึงทำให้ไม่มีความเสี่ยงมากนักและตลาดยังสามารถเติบโตไปได้อีก แต่กลยุทธ์นี้ก็มีข้อเสีย คือ การขยายสาขานั้นใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก และบางพื้นที่ติดข้อบังคับทางกฏหมาย จึงทำให้ไม่สามารถขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างๆได้ตามที่ต้องการ สำหรับการกำหนดกลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ บริษัทใช้กลยุทธ์ Cost Leadership เนื่องจากธุรกิจนี้ต้องขายสินค้าในราคาที่เท่ากันหรือต่ำกว่า จึงทำให้ผู้ที่มีต้นทุนต่ำสุดสามารถมีอัตรากาไรที่สูงขึ้น ซึ่งคิดว่าผู้เล่นทุกรายมีความเป็นไปได้ที่จะใช้กลยุทธ์เดียวกันทั้งหมด แต่ข้อเสียในการใช้กลยุทธ์นี้ คือ การลดต้นทุนนั้นมีขีดจำกัด สาหรับการกำหนดกลยุทธ์ระดับหน่วยผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น บริษัทใช้กลยุทธ์ Market Penetration โดยกลยุทธ์นี้มีข้อดีที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆได้ดีและยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย แต่ข้อเสียในการใช้กลยุทธ์นี้ คือ มีความเสี่ยงสูงและใช้จำนวนเงินลงทุนสูง ซึ่งมีกลยุทธ์การตลาด ใช้กลยุทธ์ STP และส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) โดยทำการวางแผนกำหนดส่วนตลาด กำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท และได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบครบวงจร (Integrated Marketing Communication) เข้ามาช่วยเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/175
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
1039abstract.pdf72.46 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1039fulltext.pdf1.55 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
1039summary.pdf274.5 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.