Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1322
Title: การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคต่อกลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจอาหารกระป๋อง กรณีศึกษา: บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จากัด (มหาชน)
Authors: Thapthong, Chuthamat 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Chuthamat Thapthong (2011) การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคต่อกลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจอาหารกระป๋อง กรณีศึกษา: บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จากัด (มหาชน).
Abstract: การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ในหัวข้อการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคต่อกลยุทธ์การตลาดและการจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจอาหารกระป๋อง กรณีศึกษา: บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จากัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันราคาสินค้าปลาทูน่ากระป๋องมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าอาจมีแนวโน้มลดลง รวมถึงภาวะการแข่งขันที่รุนแรงส่งผลให้คู่แข่งขันเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งสินค้าทดแทนสามารถหาได้ง่าย จากปัจจัยดังกล่าวอาจทาให้ส่วนแบ่งทางการตลาดปลาทูน่าบรรจุกระป๋องของบริษัทฯ ที่อยู่ในอันดับที่ 2 อาจมีแนวโน้มต่ำลง รวมทั้งอาจส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากการขายปลาทูน่าบรรจุกระป๋องของบริษัทฯ มีอัตราที่ลดลง ทั้งนี้ผู้ศึกษาได้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้1.เพื่อศึกษายืนยันปัญหาระดับองค์กร, ระดับธุรกิจ และระดับหน้าที่ รวมถึงแนวโน้มและปัจจัยสภาพแวดล้อมของตลาดอาหารบรรจุกระป๋องในอนาคต2.เพื่อกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กรและระดับธุรกิจให้มีความเหมาะสมรวมถึงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนในการศึกษาครั้งนี้ได้แบ่งวิธีการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือ การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Study) โดยทาการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทูน่าบรรจุกระป๋อง จากเอกสารตาราต่างๆ หนังสือพิมพ์ บทความ เว็ปไซต์ รวมถึงงานวิจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และการศึกษาข้อมูลปฐมภูมิ เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Independent Study) โดยทาการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่การตลาดของสายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง จำนวน 2 ท่าน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จำนวน 10 ท่าน โดยกำหนดประเด็นการสัมภาษณ์ตามแนวคิดการจัดการเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ และกลยุทธ์ทางการตลาด โดยสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่การตลาด พบว่าสาเหตุของปัญหาอาจมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยในส่วนของปัจจัยภายในน่าจะมาจากด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์ โดยกลยุทธ์การตลาดด้อยกว่าคู่แข่งขัน รวมทั้งการบริหารเชิงกลยุทธ์อาจขาดประสิทธิภาพ จึงส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากการขายปลาทูน่าบรรจุกระป๋องมีอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากการเปรียบเทียบกลยุทธ์กับคู่แข่งหลัก เช่น บริษัท พัทยาฟู้ด อินดัสตรี จากัด ซึ่งมีกลยุทธ์เน้นที่ลูกค้าเดิมโดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่ม B2B เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในการเน้นในเรื่องของคุณภาพของสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่ต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่ม B2B ให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันที่ทางบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จากัด (มหาชน) ได้เน้นกลยุทธ์ที่มุ่งเฉพาะกลุ่มลูกค้า B2C จึงเป็นเหตุทาให้ยอดขายลดลง จากปัญหาที่พบสามารถสรุปได้ดังนี้ปัญหาระดับองค์กร คือ การลดลงของสัดส่วนรายได้จากการขายปลาทูน่าบรรจุกระป๋องของบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จากัด (มหาชน)- กลยุทธ์ระดับองค์กรที่เหมาะสมที่สุดคือ กลยุทธ์การเติบโตด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) และกลยุทธ์การเติบโตด้วยการพัฒนาตลาด (Market Development)ปัญหาระดับธุรกิจสาหรับกลุ่มธุรกิจผลิตและส่งออกอาหารสาเร็จรูปแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง คือ ราคาต้นทุนของวัตถุดิบที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งทาให้ส่งผลต่อราคาขายสินค้าในปัจจุบันที่มีอัตราที่สูงขึ้น อีกทั้งคู่แข่งขันที่เข้ามาในตลาดเป็นจานวนมากทาให้ลูกค้าได้มีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น- กลยุทธ์ระดับธุรกิจที่เหมาะสมที่สุดคือ กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy)ปัญหาระดับหน้าที่สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องในน้ำมันพืช คือ การประสานงานร่วมกันของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายการผลิต , ฝ่ายการตลาด , ฝ่ายวิจัยและพัฒนาสินค้า ,ฝ่ายการเงิน เป็นต้น- กลยุทธ์ระดับหน้าที่ที่มีความเหมาะสมที่สุดคือ กลยุทธ์ส่วนผสมทางการตลาด (Marketing Mix Strategy) และกลยุทธ์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management: CRM)
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1322
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
286abstract.pdf117.11 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
286fulltext.pdf1.33 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
286summary.pdf129.07 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.