Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1318
Title: Problems and Strategy Formulation in Optimizing the Delivery of Documents by Messengers: A Case Study of Leo Global Logistics Co., Ltd.
Authors: Srimaneemongkol, Wimonthip 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Wimonthip Srimaneemongkol (2011) Problems and Strategy Formulation in Optimizing the Delivery of Documents by Messengers: A Case Study of Leo Global Logistics Co., Ltd..
Abstract: จากการศึกษาปัญหาและกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งเอกสารของMessenger กรณีศึกษาของบริษัท ลีโอโกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯ เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะผู้นำในการให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (International FreightForwarder) ด้วยศักยภาพการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบทั้งการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเล ทางอากาศ (Sea / Air Transportation Services) และทางบก (Trucking / Inland TransportationServices) ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และให้บริการอย่างมืออาชีพทั้งการนำเข้าและส่งออกสินค้า ตลอดจนการบริการด้านคลังสินค้า (Warehouse) การกระจายสินค้า(Distribution) และศูนย์กระจายสินค้า (Logistics Center) นับตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้รับปลายทางยังจุดหมายทั่วโลกจากปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กร แสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดจาก Messenger เป็นปัญหาใหญ่ที่สำคัญต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อองค์กรในระยะยาวดังนั้นจึงได้ทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา โดยใช้ผังแสดงเหตุและผล ทำให้ทราบถึงสาเหตุว่าสาเหตุทางด้านกระบวนการในการทำงานของ Messenger สามารถแก้ไขได้เป็นอันดับแรกและง่ายต่อการแก้ไข ได้แก่ การส่งเอกสารล่าช้า การขาดการวางแผนเส้นทางการขนส่งที่เหมาะสม และการส่งเอกสารผิดพลาด ซึ่งสาเหตุทางด้านอื่น ๆ เป็นสาเหตุที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอกไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้จากวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อพัฒนากระบวนการจัดส่งเอกสารให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเพื่อกำหนดแนวทางในการแบ่งเส้นทางการวิ่งงาน (Routing)ของ Messenger ตามความชำนาญในเส้นทางการวิ่งงานจากผลการศึกษาพบว่าเลือกทั้ง 3 แนวทางจากการศึกษาเนื่องจากสามารถลดต้นทุนของบริษัทในการจัดส่งเอกสารของ Messenger ได้ และนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นด้วย โดยไม่ไปมีผลต่อการใช้บริการของลูกค้า ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่เราเชื่อมั่นอยู่สำหรับแนวทางเลือกที่ 1 กลยุทธ์การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กรด้านการจัดส่งเอกสารของ Messenger โดยการใช้โปรแกรม Vehicle Routing เข้ามาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบจำนวน Messenger ที่รับผิดชอบในการส่งเอกสารในโซน A ว่าต้องใช้จำนวนเท่าใดที่เหมาะสมที่สุดผลที่ได้จากการใช้โปรแกรม VRP จะต้องใช้จำนวน Messenger ที่รับผิดชอบในการส่งเอกสารในโซน A เป็นจำนวน 5 คนจากเดิมจำนวน 7 คน สามารถทำให้การทำงานภายในองค์กรเกิดความคล่องตัวรวดเร็วต่อการจัดส่งเอกสารของ Messenger มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการลดระยะเวลาการจัดส่งเอกสารของ Messenger ได้ และเห็นว่าแนวทางนี้องค์กรควรจะให้ความสำคัญมากที่สุดและควรจะใช้เป็นลำดับแรก การเลือกกลยุทธ์นำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร เป็นการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งเอกสารของ Messenger ได้อย่างดีที่สุด โดยไม่ไปมีผลต่อการใช้บริการของลูกค้า ทั้งนี้เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่เราเชื่อมั่นอยู่ จากการใช้โปรแกรม VRP ทำให้ประสิทธิภาพในการจัดส่งเอกสารของ Messenger ได้ถูกต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.02% ซึ่งก่อนการปรับปรุงอยู่ที่ 94.77% และหลังการปรับปรุงอยู่ที่ 97.79% และทำให้ประสิทธิภาพในกระบวนการการจัดส่งเอกสารล่าช้าของ Messenger มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.02%ก่อนการปรับปรุงอยู่ที่ 5.23% และหลังการปรับปรุงอยู่ที่ 2.21%สำหรับแนวทางเลือกที่ 2 การปรับสัดส่วนจำนวน Messenger ประจำของบริษัทกับจำนวนOutsource เพื่อความสมดุลในการแบ่งการทำงานการจัดส่งเอกสารของ Messenger ของบริษัทกับOutsource Messenger ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากแนวทางเลือกที่ 1 ทำให้ทราบว่า จำนวนMessenger ที่เหมาะสมที่สุดในการให้บริการของบริษัทเท่ากับ 5 คน และจำนวน OutsourceMessenger อีก 5 คน รับผิดชอบตามโซนต่าง ๆ อย่างละ 1 คน และทำให้ต้นทุนโดยรวมของบริษัทลดลงเท่ากับ 11.3% ซึ่งก่อนการปรับปรุงมีต้นทุนต่องานเฉลี่ยเท่ากับ 110.78 บาท และหลังการปรับปรุงมีต้นทุนต่องานเฉลี่ยเท่ากับ 98.28 บาท แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการใช้บริการของOutsource Messenger คือ เรื่องความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก จึงทำการสอบถามลูกค้าจำนวน50 ราย เกี่ยวกับความพึงพอใจของลูกค้าในการให้บริการจัดส่งเอกสารของ Outsource Messengerซึ่งการประเมินในครั้งนี้ Outsource Messenger ผ่านการประเมินในทุกเกณฑ์ เพราะเกณฑ์ที่ตั้งไว้ต้องมีคะแนนเฉลี่ยรวมตั้งแต่3.5 ขึ้นไป สรุปได้ดังต่อไปนี้1. การบริการด้วยความรวดเร็วมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.592. ความรับผิดชอบและการประสานงานมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.023. ความสุภาพในการให้บริการมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.414. การแก้ไขปัญหามีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.735. ความถูกต้องของเอกสารมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.41สำหรับแนวทางที่ 3 การสร้างแรงจูงใจในการทำงานของ Messenger ประจำของบริษัทให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น โดยใช้ทฤษฎีสองปัจจัยของเฮอร์ซเบอร์ก เป็นตัวกระตุ้นให้ Messenger มีความรู้สึกว่าเขาสามารถทำงานได้สำเร็จ ได้รับการยอมรับนับถือจากผู้อื่น งานที่เขาทำมีความน่าสนใจ น่าทำ มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้า เจริญเติบโต และมีทักษะหรือความเชื่ยวชาญจากการปฏิบัติงาน โดยทางบริษัทจะให้รางวัลพนักงานดีเด่นกับ Messenger ที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1318
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
282abstract.pdf95.94 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
282fulltext.pdf4.32 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
282summary.pdf420.54 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.