Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1303
Title: Reducing Transportation Costs in the Distribution of Oil to Gas Stations: A Case Study of Dao Daeng (Thai) Co., Ltd.
Authors: Jindamporn, Kalawat 
Issue Date: 2011
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Kalawat Jindamporn (2011) Reducing Transportation Costs in the Distribution of Oil to Gas Stations: A Case Study of Dao Daeng (Thai) Co., Ltd..
Abstract: การศึกษาค้นคว้าเรื่อง “การลดต้นทุนการขนส่งการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน กรณีศึกษา บริษัท ดาวแดง (ไทย) จำกัด” เพื่อศึกษาถึงปริมาณการใช้น้ำมันของสถานีบริการในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาพยากรณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันของบริษัท เพื่อศึกษาสาเหตุปัญหาและแนวทางการลดต้นทุนในการขนส่งน้ำมันชนิดใสจากคลังน้ำมันกรุงเทพฯ ไปยังสถานีบริการของบริษัทภายในเขตกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการที่จะจัดตารางเวลาการเดินรถขนส่งน้ำมันในแต่ละวันปัจจุบันตลาดน้ำมันของไทยมีการแข่งขันสูงทั้งระดับค้าส่งและค้าปลีก โดยในตลาดค้าส่ง กำลังการกลั่นภายในประเทศที่มีมากกว่าความต้องการ ทำให้การกำหนดราคาของโรงกลั่นและผู้ค้าส่งต้องมีการให้ส่วนลดแก่ผู้ค้าน้ำมันในภาวะที่น้ำมันล้นตลาด นอกจากนี้ การที่โรงกลั่นต้องแข่งขันการนำเข้าจากต่างประเทศ ภาวะกาลังการกลั่นล้นตลาดของภูมิภาค ก็มีผลให้ราคาน้ำมันสาเร็จรูปของภูมิภาคเอเซียอยู่ในภาวะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วย ทำให้การกำหนดราคาน้ำมันของโรงกลั่นและผู้ค้าส่งไม่สามารถตั้งราคาสูงได้ ในตลาดค้าปลีก การแข่งขันอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกัน จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ค้าน้ำมัน จากเดิมมีเพียงผู้ค้ารายใหญ่ 4 ราย ได้เพิ่มขึ้นเป็น 29 ราย ทำให้การแข่งขัน ในตลาดค้าปลีกของไทยอยู่ในระดับที่สูงมาก ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ผู้ค้าไม่สามารถกำหนดราคาขายปลีก ในระดับที่แตกต่างกันได้มาก จากการศึกษาของ สพช. พบว่า การกำหนดราคาขายปลีกในระดับที่แตกต่างกัน 50 สตางค์ต่อลิตร จะส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายของผู้ค้าน้ำมันลดลงครึ่งนึงปัจจุบันบริษัทมีรถบรรทุก 10 ล้อ สามารถบรรจุน้ำมันได้ปริมาณ 20,000 ลิตร ไว้บริการขนส่งน้ำมันให้ลูกค้าภายในบริเวณกรุงเทพฯ จำนวน 35 คัน และใช้บริการผู้ขนส่งภายนอกเพื่อขนส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัดจากปัญหาดังกล่าวส่งผลทำให้บริษัท ดาวแดง มียอดขายลดลงและมีแนวโน้มจะลดลงไปเรื่อยๆ และมีการปิดบริการสถานีน้ำมันลงหลายแห่ง และทำให้มี Supply มากกว่า Demand จึงทาให้เกิดปัญหาการแบกรับภาระต้นทุนค่าขนส่งมากขึ้น เนื่องจากยังใช้วธีการขนส่งแบบเดิม จึงทำให้การใช้ประโยชน์จากรถไม่เต็มประสิทธิภาพโดยผู้ศึกษาทาการศึกษาปัญหาการจัดเส้นทางการเดินรถขนส่งน้ามันจากคลังเพียงแห่งเดียวไปยังจุดของสถานีบริการต่างๆที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 67 แห่ง จุดประสงค์ของการศึกษาเพื่อที่จะพัฒนาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดเส้นทางการเดินรถขนส่ง เนื่องจากข้อจำกัดนโยบายการสั่งน้ำมันของสถานีบริการขั้นต่ำ 10,000 ลิตร ต่อการสั่งหนึ่งครั้งและปริมาณความจุของรถขนส่งน้ำมัน 20,000 ลิตร ทำให้การจัดเส้นทางมีข้อจำกัดไม่สามารถจัดเส้นทางการเดินรถขนส่งโดยใช้รถ 1 คัน ส่งให้ลูกค้าทั้งหลายราย ด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทาให้ต้องใช้การจัดเส้นทางต้องจัดโดยใช้รถขนส่ง 1 คัน ส่งไปยังลูกค้าสูงสุด 2 ราย โดยการจัดเส้นทางการขนส่งให้กับรถขนส่ง โดยการจัดคู่การสั่งของสถานีบริการ 2 สถานีบริการที่อยู่ในบริเวณเดียวหรือใกล้เคียงกัน เพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางให้มากที่สุดโดยใช้วิธีการคำนวณแบบเปรียบเทียบการประหยัด (Saving Algorithm) โดยผลการศึกษาการรวมเส้นทางทำให้สามารถลดต้นทุนได้เป็นจำนวนเงิน 7,764.51 + 8,250 = 16,014.51 บาท ต่อเดือน
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1303
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
276abstract.pdf219.31 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
276fulltext.pdf6.88 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
276summary.pdf1.15 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.