Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1256
Title: กลยุทธ์การทำกำไร กรณีศึกษา บริษัท คมความคิด จำกัด
Authors: Nathaphatraphaisan, Dhanyanan 
Issue Date: 2012
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Dhanyanan Nathaphatraphaisan (2012) กลยุทธ์การทำกำไร กรณีศึกษา บริษัท คมความคิด จำกัด.
Abstract: การศึกษาเรื่องกลยุทธ์การทำกำไร กรณีศึกษาบริษัท คมความคิด จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้วยการนำเสนอข้อมูลส่วนลดต่างๆ ของร้านค้าที่ร่วมรายการผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต บริษัทเปิดดำเนินงานมาแล้ว 2 ปีและมียอดรายได้สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่บริษัทยังประสบผลขาดทุนอย่างมาก กรณีศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่ายของบริษัทเพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่บริษัทไม่สามารถทำกำไรได้ และวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เพื่อหาแนวทางแก้ไข รวมถึงการกำหนดและจัดทำกลยุทธ์การทำกำไร โดยใช้ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุนและการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการฝ่ายผลิต ผู้จัดการร้านค้าสัมพันธ์ และผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์มาทำการศึกษาวิเคราะห์จากการศึกษาพบว่า การที่บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน จึงยังไม่สามารถทำกำไรได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการแข่งขันที่สูง มีคู่แข่งจำนวนมากทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคา สินค้าและบริการที่นำเสนอไม่มีความแตกต่าง จึงทำให้ทั้งร้านค้าและลูกค้าไม่มีความภักดีในตราสินค้า อีกทั้งบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายด้านบุคคล ซึ่งเกิดจากการขาดการวางแผนงานและการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ผู้ศึกษาได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ด้วยการใช้กลยุทธ์เชิงรุก เป็นการนำจุดแข็งและโอกาสที่บริษัทมีมาใช้กำหนดกลยุทธ์ โดยกลยุทธ์ระดับธุรกิจที่นำมาใช้ คือ กลยุทธ์การมุ่งเน้นต้นทุนต่ำและการเพิ่มยอดขาย โดยการควบคุมค่าใช้จ่าย บริษัทจะต้องจัดทำงบประมาณเพื่อควบคุมการใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการทำงานที่ซ้าซ้อน รวมถึงมีการวางแผนที่ดีเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันอันนำมาซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขัน ส่วนการเพิ่มยอดขายจะมุ่งเน้นที่ร้านค้า โดยพิจารณาจากอำนาจการต่อรอง โดยร้านค้าที่มีอำนาจต่อรองต่ำ ได้แก่ ร้านค้าที่เพิ่งเปิดดำเนินธุรกิจที่ต้องการจะโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อจะได้เป็นลูกค้าในอนาคต บริษัทสามารถคิดค่านายหน้าจากร้านค้ากลุ่มนี้ในอัตราสูงได้ แต่ในกรณีร้านค้าที่มีอำนาจต่อรองสูง ได้แก่ ร้านค้าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและต้องการเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยการใช้งบประมาณของฝ่ายการตลาดในการร่วมดีล เช่นดีลสเวนเซ่น บริษัทเหล่านี้จะขอลดค่านายหน้าเนื่องจากดีลประเภทนี้จะขายได้จำนวนมาก บริษัทต้องทำการต่อรองอัตราค่านายหน้า โดยนำเสนอสิ่งต่างๆ เพิ่มให้แก่ร้านค้าเหล่านั้น เช่น ทำการโฆษณาผ่านเฟสบุ๊ค หรือการส่ง SMS ให้แก่ลูกค้าเพื่อให้มาทำการซื้อดีล เป็นต้น การนำเสนอดีลเป็นแพ็คเกจเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความน่าสนใจ รวมถึงการจัดเก็บค่าโฆษณาสาหรับดีลที่เห็นว่ามียอดขายต่ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทต้องเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับร้านค้าและลูกค้า เพื่อสร้างความภักดีในตราสินค้า
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1256
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2702abstract.pdf169.58 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2702fulltext.pdf2.45 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2702summary.pdf338.77 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.