Please use this identifier to cite or link to this item: https://utcc-dspacecris.eval.plus/handle/6626976254/1140
Title: การศึกษาและพัฒนาแนวทางการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการสร้างกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจาก AECกรณีศึกษา บริษัท อาร์พีเจ ทรานสปอร์ต จำกัด
Authors: Chidchuawong, Puttipat 
Issue Date: 2010
Publisher: University of the Thai Chamber of Commerce
Source: Puttipat Chidchuawong (2010) การศึกษาและพัฒนาแนวทางการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการสร้างกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจาก AECกรณีศึกษา บริษัท อาร์พีเจ ทรานสปอร์ต จำกัด.
Abstract: จากการศึกษาค้นคว้าเรื่อง “การศึกษาและพัฒนาแนวทางการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและการสร้างกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจากAEC กรณีศึกษา บริษัท อาร์พีเจ ทรานสปอร์ต จำกัด’’ ผู้ศึกษาได้สำรวจและค้นคว้าข้อมูลจากหลายด้านเพื่อนำ มาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการรื้อระบบการทำ งานทั้งหมด(Reengineering) โดยได้ศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ เช่น ข้อมูลของบริษัท อาร์พีเจ ทรานสปอร์ตจำกัด และข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานทั้งหมด แล้วจึงนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีที่ใช้อ้างอิงเพื่อหาแนวทางการรื้อระบบที่เหมาะสมที่สุดเพื่อพัฒนาบริษัทให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพทั้ง4 ด้าน คือ การลดต้นทุน การเพิ่มคุณภาพของการขนส่ง การบริการ และความรวดเร็วในการปฎิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อรองรับการจัดวางกลยุทธ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคตจจากผลการศึกษาพบว่า การปรับปรุงระบบการทำงานโดยการรื้อระบบการทำงานใหม่ของบริษัทนั้นให้แนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแต่ละแผนกมีต้นทุนที่ลดลง ทั้งในเรื่องของต้นทุนเวลาการทำงาน และต้นทุนในส่วนของค่าใช้จ่าย โดยแผนกขนส่ง มีการจัดงานที่เป็นระบบมากขึ้น ด้วยระบบการตรวจสอบสภาพความพร้อมของพนักงานและสภาพความพร้อมของรถเทรลเลอร์ จึงทำให้พนักงานที่ออกไปปฎิบัติหน้าที่มีคุณภาพสูงสุด รถไม่ไปเสียกลางทางอีกทั้งระบบที่วางไว้ยังมีส่วนช่วยให้พนักงานขับรถประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น อีกทั้งการระบุจุดเติมเชื้อเพลิงยังช่วยให้การซื้อขายบิลใบเสร็จค่าเชื้อเพลิงลดลง ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงลดลงมาจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด แผนกซ่อมบำรุงระบบมีการเก็บประวัติ แบ่งแยกสายบังคับบัญชาที่ชัดเจนขึ้น ระบบการสั่งซื้ออะไหล่เป็นรูปร่างมากขึ้น มีประวัติเก็บทุกส่วน โดยสามารถตามย้อนหลังได้ว่า รถคันไหนเปลี่ยนอะไหล่อะไร ไปเมื่อไหร่ ช่างคนใดเป็นคนซ่อมบำรุง เป็นต้น ที่สำคัญยังแก้ไขในส่วนของการกระจายงานซ่อมบำรุงได้เป็นอย่างดี โดยเห็นได้จากผลที่ออกมาว่าการทำงานในแต่ละวันเป็นระเบียบมากขึ้น ช่างซ่อมรถมีการกระจายตัวกันไปทำงาน 1 คนต่อรถเทรลเลอร์ 1 คัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตอนก่อนปรับปรุงในระยะเวลาที่เท่ากัน จะเห็นว่าหลังมีการควบคุมระบบซ่อมบำรุง รถสามารถซ่อมได้จำนวนเยอะกว่าเดิม แผนกการตลาด เป็นอีกแผนกที่เห็นได้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะหลังการปรับปรุงสามารถลดจำนวนการรับงานเกินกว่ากำหนดได้ดี และสามารถแปรสภาพงานที่มากให้กลายเป็นเงินได้โดยไม่เสียลูกค้า ที่สำคัญด้วยระบบการทำงานแบบใหม่ยังสามารถช่วยให้บริษัท มีความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย เพราะบริษัท สนับสนุนให้พนักงานออกไปพบลูกค้า ซึ่งในระบบการทำงานแบบเก่า ไม่เคยมีพนักงานแผนกการตลาดไปหาลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียว และผลที่ได้รับก็คือ สามารถหาลูกค้ามาเพิ่มได้จึงทำให้รายรับของบริษัทเพิ่มขึ้น จากภาพรวมทั้งหมดแม้ผลที่ได้จากการปรับปรุงยังวัดผลอะไรไม่ได้มากนัก แต่หากดำเนินตามแนวทางที่วางไว้ต่อไป ก็จะสามารถทำให้บริษัทมีการบริการที่ดี พนักงานอยู่ในกฎระเบียบมากขึ้น การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อบริการของบริษัท และจะส่งผลให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต
URI: https://scholar.utcc.ac.th/handle/6626976254/1140
Rights: This work is protected by copyright. Reproduction or distribution of the work in any format is prohibited without written permission of the copyright owner.
Appears in Collections:GS: Theses / Independent Studies

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
2459abstract.pdf62.68 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2459fulltext.pdf16.74 MBAdobe PDFThumbnail
View/Open
2459summary.pdf146.12 kBAdobe PDFThumbnail
View/Open
Show full item record Recommend this item

Google ScholarTM

Check


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.